ความที่กำไลทั้งสองกระทบกันนั้นเป็นเหตุแห่งเสียง
กำไลอันหนึ่งที่สวมอยู่ในข้อมือของข้าพเจ้านี้นั้น ไม่มี
อันที่สองจึงไม่ส่งเสียง เป็นเหมือนนักปราชญ์สงบนิ่ง
อยู่ บุคคลสองคนก็วิวาทกัน คนเดียวจักวิวาทกับ
ใครเล่า ท่านผู้ใคร่ต่อสวรรค์ จงชอบความเป็นผู้อยู่
คนเดียวเถิด.
[๔๗๘] แน่ะสีวลี เธอได้ยินคาถาที่นาง
กุมาริกากล่าวแล้วหรือ นางกุมาริกาเป็นเพียงชั้นสาว
ใช้มาติเตียนเรา ความที่เราทั้งสองประพฤติ คือ
อาตมาเป็นบรรพชิต เธอเป็นสตรีเดินตามกันมา ย่อม
เป็นเหตุแห่งครหา บรรดาสองแพร่งนี้อันเราทั้งสอง
ผู้เดินทาง จงแยกกันไป เธอจงถือเอาทางหนึ่งไป
อาตมาก็จะถือเอาทางอื่นอีกทางหนึ่งไป เธออย่าเรียก
อาตมาว่าเป็นพระสวามีของเธอ และอาตมาก็จะไม่
เรียกเธอว่าเป็นมเหสีของอาตมาอีก เมื่อกษัตริย์ทั้งสอง
กำลังตรัสข้อความนี้อยู่ ได้เสด็จเข้าไปยังถูกนคร
เมื่อใกล้เวลาฉัน พระมหาสัตว์ประทับยืนอยู่ที่ซุ้ม
ประตูเรือนของช่างศร ช่างศรนั้น หลับตาข้างหนึ่ง
ใช้ตาอีกข้างหนึ่งเล็งลูกศรอันหนึ่งซึ่งคดอยู่ ดัดให้ตรง
ที่ซุ้มประตูนั้น.
[๔๗๙] ดูก่อนช่างศร ท่านจงฟังอาตมา ท่าน
หลับจักษุข้างหนึ่ง เล็งดูลูกศรอันคดด้วยจักษุข้างหนึ่ง
ด้วยประการใด ท่านเห็นความสำเร็จประโยชน์ด้วย
ประการนั้นหรือหนอ.