Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 530

เล่ม มมร. 64 หน้า 530 ข้อ 1140
นกโพระดก นกดุเหว่า นกกระจง พลางส่งเสียงร้อง บินจากต้นไม้โน้นมาสู่ต้นไม้นี้ ทั้งหมู่ไม้ที่ต้องลมพัด สะบัดกิ่งและใบเสียดสีกันคล้ายกับจะเรียกคนผู้กำลัง เดินไปให้หยุด และเหมือนดังชักชวนคนผู้จะผ่านไป ให้ยินดีชื่นชมพักผ่อน พระเวสสันดรเจ้า พร้อมด้วย พระโอรสพระธิดาและพระมเหสี ทรงเพศเป็น พราหมณ์ ทรงขอสำหรับสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟ และชฎา ทรงนุ่งห่มหนึ่งเสือ บรรทมเหนือแผ่นดิน ทรงบูชาไฟ ประทับอยู่ ณ อาศรมใด เมื่อท่านบ่าย หน้าเดินไปทางทิศอุดรจะได้เห็นอาศรมนั้น. [๑๑๔๐] ในบริเวณอาศรมนั้น มีหมู่ไม้มะม่วง มะขวิด ขนุน ไม้รัง ไม้หว้า สมอพิเภก สมอไทย มะขามป้อม ไม้โพธิ์ ไม้พุทรา มะพลับทอง ต้นไทร และมะสัง มะซางหวานและมะเดื่อ มีผลสุกแดง เรื่อ ๆ อยู่ในที่ต่ำ คล้ายงาช้าง กล้วยหอม ผลจันทน์ มีรสหวานเหมือนน้ำผึ้ง รวงผึ้งไม่มีตัวมีในที่นั้น คน เอื้อมือปลิดมาบริโภคได้เอง ในบริเวณอาศรมนั้น มีต้นมะม่วง บางต้นออกช่อแย้มบาน บางต้นมีดอก และใบร่วงหล่น ผลิผลดาษดื่น บางอย่างยังดิบ บาง อย่างสุกแล้ว ผลมะม่วงดิบและสุกทั้งสองอย่างนั้น มี สีดังหลังกบ อนึ่ง ในบริเวณอาศรมนั้น บุรุษยืนอยู่ ในภายใต้ก็เก็บมะม่วงสุกกินได้ ผลมะม่วงดิบและสุก ทั้งหลาย มีสีสวย กลิ่นหอมและรสอร่อยที่สุด เหตุ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka