Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 531

เล่ม มมร. 64 หน้า 531 ข้อ 1140
การณ์เหล่านี้เป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ข้าพเจ้าเหลือเกิน ถึง กับข้าพเจ้าออกอุทานว่า อือ ๆ ที่ประทับอยู่ของพระ- เวสสันดรนั้น เป็นดังที่ประทับอยู่ของทวยเทพ ย่อม งดงามปานด้วยนันทนวัน ต้นตาล ต้นมะพร้าว และ อินทผาลัม ที่มีอยู่ในป่าใหญ่มีดอกเรียงรายกันอยู่ เหมือนพวงมาลัยที่เขาร้อยไว้ หมู่ไม้เหล่านั้น ย่อม ปรากฏดังยอดธงชัย ในบริเวณอาศรมนั้น มีหมู่ไม้ ต่างๆ พันธุ์ คือ ไม้มูกมัน โกฐ สะค้าน แคฝอย ไม้บุนนาค บุนนาคเขา และไม้ทรึก มีดอกบานสะพรั่ง สีต่าง ๆ กันเหมือนหมู่ดาว เรืองอยู่บนนภากาศฉะนั้น อนึ่ง ในบริเวณอาศรมนั้น มีไม้ราชพฤกษ์ ไม้มะ- เกลือ กฤษณา รักดำ ต้นไทรใหญ่ ไม้รังไก่ ไม้ ประดู่ มีดอกบานสะพรั่ง ในบริเวณอาศรมนั้นมีไม้ มูกหลวง ไม้สน ไม้กะทุ่ม ไม้ช่อ ไม้ตะแบก นางรัง ล้วนมีดอกเป็นพุ่มพวงดังลอมฟาง บานในที่ ไม่ไกลจากอาศรมนั้น มีสระโบกขรณี ณ ภูมิภาคอัน น่ารื่นรมย์ใจ ดาดาษไปด้วยดอกปทุมชาติและอุบล สระโบกขรณีในสวนนันทนวันของทวยเทพฉะนั้น อนึ่ง ณ ที่ใกล้สระโบกขรณีนั้น มีฝูงนกดุเหว่าเมารส ดอกไม้ ส่งเสียงไพเราะจับใจ ทำป่านั้นให้ดังอึกทึก กึกก้อง ในเมื่อคราวหมู่ไม้ผลิดอกแย้มบานตามฤดูกาล รสหวานดังน้ำผึ้งร่วงหล่นจากเกสรดอกไม้ลงมาค้างอยู่ บนใบบัวย่อมชื่อว่าน้ำผึ้งใบบัว ( ขัณฑสกร) อนึ่ง ลม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka