การณ์เหล่านี้เป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ข้าพเจ้าเหลือเกิน ถึง
กับข้าพเจ้าออกอุทานว่า อือ ๆ ที่ประทับอยู่ของพระ-
เวสสันดรนั้น เป็นดังที่ประทับอยู่ของทวยเทพ ย่อม
งดงามปานด้วยนันทนวัน ต้นตาล ต้นมะพร้าว และ
อินทผาลัม ที่มีอยู่ในป่าใหญ่มีดอกเรียงรายกันอยู่
เหมือนพวงมาลัยที่เขาร้อยไว้ หมู่ไม้เหล่านั้น ย่อม
ปรากฏดังยอดธงชัย ในบริเวณอาศรมนั้น มีหมู่ไม้
ต่างๆ พันธุ์ คือ ไม้มูกมัน โกฐ สะค้าน แคฝอย
ไม้บุนนาค บุนนาคเขา และไม้ทรึก มีดอกบานสะพรั่ง
สีต่าง ๆ กันเหมือนหมู่ดาว เรืองอยู่บนนภากาศฉะนั้น
อนึ่ง ในบริเวณอาศรมนั้น มีไม้ราชพฤกษ์ ไม้มะ-
เกลือ กฤษณา รักดำ ต้นไทรใหญ่ ไม้รังไก่ ไม้
ประดู่ มีดอกบานสะพรั่ง ในบริเวณอาศรมนั้นมีไม้
มูกหลวง ไม้สน ไม้กะทุ่ม ไม้ช่อ ไม้ตะแบก
นางรัง ล้วนมีดอกเป็นพุ่มพวงดังลอมฟาง บานในที่
ไม่ไกลจากอาศรมนั้น มีสระโบกขรณี ณ ภูมิภาคอัน
น่ารื่นรมย์ใจ ดาดาษไปด้วยดอกปทุมชาติและอุบล
สระโบกขรณีในสวนนันทนวันของทวยเทพฉะนั้น
อนึ่ง ณ ที่ใกล้สระโบกขรณีนั้น มีฝูงนกดุเหว่าเมารส
ดอกไม้ ส่งเสียงไพเราะจับใจ ทำป่านั้นให้ดังอึกทึก
กึกก้อง ในเมื่อคราวหมู่ไม้ผลิดอกแย้มบานตามฤดูกาล
รสหวานดังน้ำผึ้งร่วงหล่นจากเกสรดอกไม้ลงมาค้างอยู่
บนใบบัวย่อมชื่อว่าน้ำผึ้งใบบัว ( ขัณฑสกร) อนึ่ง ลม