Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 532

เล่ม มมร. 64 หน้า 532 ข้อ 1140
ทางทิศทักษิณและทางทิศประจิมย่อมพัดมาที่อาศรม นั้น อาศรมเป็นสถานที่เกลื่อนกล่นไปด้วยละออง เกสรปทุมชาติในสระโบกขรณีนั้น มีกระจับขนาด ใหญ่ ๆ ทั้งข้าวสาลีอ่อน บ้างแก่บ้างล้มดาษอยู่บนภาค พื้น และในสระโบกขรณีนั้น น้ำใสสะอาดมองเห็น ฝูงปลา เต่าและปูเป็นอันมาก สัญจรไปมาเป็นหมู่ ๆ รสหวานปานน้ำผึ้งย่อมไหลออกจากเหง้าบัว รสมัน ปานนมสดและเนยใสย่อมไหลออกจากสายบัว ป่านั้น มีกลิ่นหอมต่างๆ ที่ลมรำเพยพัดมา ย่อมหอมฟุ้ง ตระหลบไป ป่านั้นเหมือนดังจะชวนเชิญคนที่มาถึง แล้วให้เบิกบาน ด้วยดอกไม้และกิ่งไม้ที่มีกลิ่นหอม แมลงภู่ทั้งหลายต่างก็บินว่อนวู่บันลือเสียงอยู่โดยรอบ ด้วยกลิ่นดอกไม้ อนึ่ง ที่ใกล้อาศรมนั้น ฝูงวิหคเป็น อันมากมีสีต่าง ๆ กัน บันเทิงอยู่กับคู่ของตนๆ ร่ำร้อง ขานขันแก่กันและกัน มีฝูงนกอีกสี่หมู่ทำรังอยู่ใกล้ สระโบกขรณี คือ หมู่ที่ ๑ ชื่อว่านันทิกา ย่อมร้องทูล เชิญพระเวสสันดรเจ้า ให้ชื่นชมยินดีอยู่ในป่านี้ หมู่ ที่ ๒ ชื่อว่า ชีวปุตตา ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระ- เวสสันดรพร้อมด้วยพระราชโอรส พระราชธิดาและ พระอัครมเหสี จงมีพระชนม์ยืนนาน ด้วยความสุข สำราญ หมู่ที่ ๓ ชื่อว่า ชีวปุตตาปิยาจโน ย่อมร่ำร้อง ถวายพระพรให้พระเวสสันดรพร้อมทั้งพระราชโอรส พระราชธิดา และพระอัครมเหสีผู้เป็นที่รักของพระ- องค์จงพระสำราญ มีพระชนมายุยืนนานไม่มีข้าศึก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka