Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 93

เล่ม มมร. 67 หน้า 93 ข้อ 145
สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺติ ย่อมถึงความเพิกถอนทั้งหมด ได้แก่ อกุศลกรรม ดังกล่าวแล้ว อกุศลกรรมทั้งหมดเหล่านั้นย่อมถึงความถูกกำจัด. บทว่า อปฺปมาทมูลกา ได้แก่ ชื่อว่า อปฺปมาทมูลกา เพราะมีความไม่ประมาท คือความไม่อยู่ปราศจากสติเป็นมูลเหตุ. ชื่อว่า อปฺปมาทสโมสรณา เพราะ รวมลงในความไม่ประมาทโดยชอบ. บทว่า อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายติ ความไม่ประมาทบัณฑิตกล่าวว่าเป็นยอดแห่งธรรมเหล่านั้น คือแม้ผู้ท่องเที่ยวไปในกามาวจรก็ชื่อว่าเป็นยอด เพราะมีธรรมเป็นไปใน ภูมิ ๔ เป็นที่พึ่งอาศัย. บทว่า อลมตฺโต คือ เป็นผู้สามารถ. บทว่า มยา ปุจฺฉิตํ คือ อันข้าพระองค์ทูลถามแล้ว. บทว่า วหสฺเสตํ ภารํ คือ จงนำภาระที่นำมาแล้วไป. บทว่า เยเกจิ อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตา ชน เหล่าใดเหล่าหนึ่งบวชเป็นฤๅษี ปาฐะว่า อิสิปพฺพชฺชา ปพฺพชิตา บวช เป็นฤๅษีดังนี้บ้าง. บทว่า อาชีวกสาวกานํ อาชีวกา เทวตา อาชีวก เป็นเทวดาของพวกอาชีวกสาวก คือชนเหล่าใด เชื่อฟังคำของอาชีวก ชนเหล่านั้น ชื่อว่า อาชีวก. อาชีวกของอาชีวกสาวกเหล่านั้นย่อมรับไทย- ธรรมของอาชีวกสาวก อาชีวกเหล่านั้นจึงเป็นเทวดา. ในบททั้งปวงก็ อย่างนี้เหมือนกัน. บทว่า เย เยสํ ทกฺขิเณยฺยา พระทักขิไณยบุคคล ผู้สมควรแก่ไทยธรรมของชนเหล่าใด คืออาชีวกเป็นต้นเหล่าใด ผู้มีทิศ เป็นที่สุด สมควรแก่ไทยธรรมของกษัตริย์เป็นต้นเหล่าใด. บทว่า เต เตสํ เทวดา คือ อาชีวกเหล่านั้นเป็นเทวดาของกษัตริย์เป็นต้นเหล่านั้น. บทว่า ยญฺํ เอเสนฺติ คือ ปรารถนาไทยธรรม. บทว่า คเวสนฺติ แสวง หา คือแลดู. บทว่า ปริเยสนฺติ เสาะหา คือให้เกิดขึ้น. บทว่า ยญฺา วา เอเต ปุถู คือ ยัญเหล่านั้นก็มาก. บทว่า ยญฺยาชกา วา ผู้บูชายัญ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka