Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 371

เล่ม มมร. 67 หน้า 371 ข้อ 489
กล่าว. อีกอย่างหนึ่ง คำพูดชื่อว่า อคทะ ความว่า คำกล่าว. พึงทราบ ความสำเร็จแห่งบทในความนี้ อย่างนี้ว่า ชื่อว่า ตถาคโต เพราะแปลง ท อักษรเป็น ต อักษร ได้ความว่า เพราะมีพระดำรัสแท้ไม่วิปริต. พึงทราบความในบทนี้ว่า ยถาวาที จุนฺท ฯ ล ฯ วุจฺจติ ดังต่อ ไปนี้ พระวรกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าอนุโลมไปตามวาจา พระวาจา อนุโลมไปตามกาย เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงเป็น ยถาวาที (พูดอย่างใด) ตถาการี (ทำอย่างนั้น) และ ยถาการี (ทำอย่างใด) ตถาวาที (พูดอย่างนั้น). อธิบายว่า แม้พระวรกายก็เป็นไปเหมือนพระ- วาจาของพระองค์ซึ่งเป็นไปแล้วอย่างนั้น. พึงทราบบทสำเร็จในบทนี้ อย่างนี้ว่า ชื่อว่า ตถาคโต เพราะพระวาจาไปแล้ว เป็นไปแล้วเหมือน พระวรกาย. บทว่า อภิภู อนภิภูโต เป็นใหญ่ยิ่งอันใครๆครอบงำไม่ได้ คือ พระตถาคต เบื้องบนถึงภวัคคพรหม เบื้องล่างถึงอเวจีเป็นที่สุด ทรง ครอบงำสรรพสัตว์ในโลกธาตุทั้งหลาย อันหาประมาณมิได้โดยส่วนขวาง ด้วยศีลบ้าง สมาธิบ้าง ปัญญาบ้าง วิมุตติบ้าง วิมุตติญาณทัสสนะบ้าง จะชั่งหรือประมาณกับพระองค์ไม่มี พระตถาคตชั่งไม่ได้ ประมาณไม่ได้ เป็นผู้ยอดเยี่ยม เป็นพระราชายิ่งกว่าพระราชา เป็นเทวดายิ่งกว่าเทวดา เป็นท้าวสักกะยิ่งกว่าท้าวสักกะ เป็นพรหมยิ่งกว่าพรหม. บทว่า อญฺ- ทตฺถุ โดยแท้ เป็นนิบาตลงใน เอกังสัตถะ มีความส่วนเดียว. ชื่อว่า ทโส เพราะทรงเห็น. ชื่อว่า วสวตฺติ เพราะเป็นผู้ให้อำนาจเป็นไป. พึงทราบบทสำเร็จในบทนั้นดังนี้ ชื่อว่า อคโท เป็นดุจยา. เป็น อย่างไร พระตถาคตทรงมีลีลาในการแสดงธรรมอันจับใจ และทรงมี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka