Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 372

เล่ม มมร. 67 หน้า 372 ข้อ 489
บุญอันสะสมไว้แล้ว ด้วยเหตุนั้น พระองค์จึงทรงมีอานุภาพมาก ทรง ครอบงำโลกพร้อมทั้งเทวโลกของผู้กล่าวติเตียนทั้งหมด ดุจแพทย์กำจัด พิษงูด้วยยาทิพย์ฉะนั้น. พึงทราบว่า ชื่อว่า ตถาคโต เพราะแปลง ท อักษรเป็น ต อักษร มีความว่า เพราะมียาคือลีลาการแสดง และการ สะสมบุญแท้ไม่วิปริต ด้วยการครอบงำโลกทั้งหมดด้วยประการฉะนี้. บทว่า อิธฏฺญฺเว ชานาติ กมฺมาภิสงฺขารวเสน ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงรู้จักผู้ตั้งอยู่ในโลกนี้ ด้วยอำนาจแห่งกรรมาภิ- สังขาร คืออปุญญาภิสังขาร. บทว่า กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา เมื่อ กายแตกตายไป คือเบื้องหน้าแต่ตายเพราะอุปาทินนกขันธ์แตก. พึงทราบ ความในบทมีอาทิว่า อปายํ ดังต่อไปนี้. ชื่อว่า อปาโย เพราะปราศจาก ความสุขความเจริญ. ชื่อว่า ทุตฺคติ เพราะเป็นที่ไปเป็นที่อาศัยของทุกข์. ชื่อว่า วินิปาโต เพราะคนทำกรรมชั่วย่อมตกไปในอบายนี้. ชื่อว่า นิรโย เพราะอรรถว่า ไม่มีความยินดี ไม่มีความชื่นใจ. เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรกนั้น. บทว่า อุปปชฺชิสฺสติ คือ จักเกิดด้วยอำนาจแห่ง ปฏิสนธิ. บทว่า ติรจฺฉานโยนึ กำเนิดดิรัจฉาน ชื่อว่า ติรจฺฉานา เพราะสัตว์ไปขวาง. กำเนิดแห่งดิรัจฉานเหล่านั้น ชื่อว่า ติรจฺฉานโยนิ เข้าถึงกำเนิดดิรัจฉานนั้น. บทว่า ปิตฺติริสยํ เปรตวิสัย ชื่อว่า ปิตฺติ- วิสโย เพราะเป็นที่อยู่ของผู้ถึงความเป็นเปรต. เข้าถึงเปรตวิสัยนั้น. ชื่อ ว่า มนุษย์ เพราะมีใจสูง. ในมนุษย์เหล่านั้น. ต่อแต่นี้ไปพึงทราบความ ด้วยสามารถแห่งปุญญาภิสังขาร ในบทนี้ว่า กมฺมาภิสงฺขารวเสน ดังนี้. บทว่า อาสวานํ ขยา เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย คือ เพราะอาสวะพินาศไป. บทว่า อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ เจโตวิมุตติอัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka