บุรุษปรารถนาจะโดดข้ามแม้น้ำน้อยขึ้นไป
ยืนอยู่บนฝั่งโน้น จึงจับเชือกหรือท่อนไม้ ที่ติดอยู่
กับต้นไม้บนฝั่งนี้ แล้วโดดข้ามไปโดยเร็ว จนตัว
ไปตกอยู่บนฝั่งโน้น เมื่อตัวตกที่ฝั่งโน้นแล้วก็ละ
ความหวาดหวั่นนั้น ขึ้นอยู่บนฝั่งได้ฉันใด, พระ-
โยคีบุคคลผู้ปรารถนาจะข้ามพ้นกิเลสทั้งหลายเห็น
ภัยฝั่งนี้ล้วนแล้วด้วยสักกายทิฏฐิ แล้วยืนอยู่ที่ฝั่ง
คือพระนิพพานอันไม่มีภัย จึงจับเชือกคือรูปขันธ์
เป็นที่ยึดโดดมาโดยเร็วด้วยอุทยัพพยานุปัสสนา
เป็นเบื้องแรก หรือจับไม้กล่าวคือนามขันธ์นั้นไว้
ด้วยดี กระโดดมาด้วยอาวัชชนจิตโดยนัยตามที่
กล่าวแล้วในก่อน โดดขึ้นด้วยอนุโลมญาณ แล้ว
โน้มไปในพระนิพพาน เข้าไปสู่ที่ใกล้แห่งพระ-
นิพพานนั้น ก็ปล่อยอารมณ์คือสังขารธรรมนั้นเสีย
ได้ด้วยโคตรภูญาณ แล้วตกลงที่ฝั่งอื่นคือพระนิพ-
พานอันเป็นอสังขตธรรม แต่นั้นก็ตั้งอยู่ด้วยมรรค-
ญาณ ฉันนั้น.