ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดามี
พระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้า
โอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านจัก
ได้เป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น
เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระ-
ศาสดา มีนามชื่อว่าเรวตะ
เพราะกรรมที่ทำไว้ดี และเพราะการตั้ง
เจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้วได้ไปยังสวรรค์
ชั้นดาวดึงส์
ในภพสุดท้ายในบัดนี้ เราเกิดในสกุล
กษัตริย์อันมั่งคั่งสมบูรณ์ มีทรัพย์มากมาย ใน
โลกิยนคร
ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรม
เทศนาในพระนครกบิลพัสดุ์ เราเลื่อมใสในพระ-
สุคตเจ้า จึงออกบวชเป็นบรรพชิต
ความสงสัยของเราในสิ่งที่เป็นกัปปิยะ
และอกัปปิยะนั้น ๆ มีมากมายพระพุทธเจ้าได้ทรง
แสดงธรรมอันอุดม แนะนำข้อสงสัยทั้งปวงนั้น
แต่ต่อนั้น เราก็ข้ามพ้นสงสารได้ เป็น
ผู้ยินดีด้วยความสุขในฌานอยู่ ในครั้งนั้น
พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นเรา จึงได้ตรัส
พระพุทธภาษิตว่า