Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 343

เล่ม มมร. 72 หน้า 343 ข้อ 133
คลอดบุตรที่หาโรคมิได้เถิด. พระสวามีนั้น ทรงฟังพระดำรัสนั้นแล้ว ก็ถวาย บังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มุ่งตรงไปยังบ้านของตน. สัตว์ผู้มาบังเกิดใน ครรภ์ได้คลอดออกจากท้องของพระนางสุปปวาสา ง่ายดายดุจเทน้ำออกจาก ธรมกรกฉะนั้น เรียบร้อยก่อนที่พระสวามีจะมาถึง ประชาชนที่มีมานั่งแวดล้อม มีน้ำตาคลอ เริ่มจะร้องไห้ ก็กลับเป็นหัวเราะร่าดีใจเมื่อพระสวามีของ พระนางกลับมาแจ้งข่าวสาสน์อันน่ายินดีให้ได้ทราบ. พระสวามีนั้น ทรงเห็น กิริยาท่าทางของคนเหล่านั้นแล้ว ทรงคิดว่า ชรอยว่าพระดำรัสที่พระทศพลตรัส แล้ว คงจักสำเร็จผลไปในทางที่ดีเป็นแน่. พระสวามีนั้น พอเสด็จมาถึงแล้ว ก็ตรัสถึงพระดำรัสของพระศาสดาแก่พระราชธิดา. พระราชธิดาตรัสว่า ความ ภักดีในชีวิตที่พระองค์นิมนต์พระศาสดาแล้วนั้นแหละ จักเป็นมงคล ขอพระองค์ จงไปนิมนต์พระทศพลตลอด ๗ วัน . พระราชสวามีทรงกระทำตามพระดำรัส ของพระนางแล้ว. ชนทั้งหลายได้ยังมหาทานให้เป็นไปแด่ภิกษุสงฆ์ มีพระ- พุทธเจ้าเป็นประมุขตลอด ๗ วันแล้ว. ทารกนั้น เป็นผู้ทำจิตใจของหมู่ญาติที่ กำลังเร่าร้อนให้ดับสนิทคือทำให้กลายเป็นความเย็น เพราะเหตุนั้น หมู่ญาติ จึงตั้งชื่อเขาว่า สีวลี. ตั้งแต่เวลาที่ได้เกิดมาแล้ว ทารกนั้นได้เป็นผู้แข็งแรง อดทนได้ในการงานทั้งปวง (มีกำลังดี) เพราะค่าที่เขาอยู่ในครรภ์มานานถึง ๗ ปี. พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรเถระ ได้ทำการสนทนาปราศรัยกับเขาใน วันที่ ๗. แม้พระศาสดา ก็ได้ตรัสพระคาถานี้ไว้ว่า. บุคคลใดล่วงพ้นหนทางลื่น หล่ม สงสาร โมหะได้ ข้ามฝั่งแล้ว มีความเพียรเพ่งพินิจไม่มี ความหวั่นไหว หมดความสงสัย ดับแล้วเพราะ ไม่ยึดมั่นถือมั่น เราเรียกบุคคลนั้นว่าเป็น พราหมณ์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka