Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 344

เล่ม มมร. 72 หน้า 344 ข้อ 133
ลำดับนั้น พระเถระได้กล่าวกะเด็กนั้นอย่างนี้วา เธอได้รับความ ทุกข์เห็นปานนี้ การบวชจะไม่ควรหรือ. เด็กคนนั้นตอบว่าเมื่อได้รับ อนุญาตก็จะพึงบวช ขอรับ. พระนางสุปปวาสา เห็นเด็กนั้นกำลังพูดกับ พระเถระ จึงคิดว่า ลูกของเรา กำลังพูดเรื่องอะไรกับพระธรรมเสนาบดี หนอแล จึงเข้าไปหาพระเถระถามว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ลูกชายของ ดิฉัน พูดเรื่องอะไรกับพระคุณเจ้า พระเถระพูดว่า เด็กนั่น พูดถึงความทุกข์ ในการอยู่ในครรภ์ที่ตนเองได้เสวยมาแล้ว แล้วพูดว่า กระผมได้รับอนุญาต แล้ว จักบวช. พระนางตรัสว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดีละ. ขอให้พระ- คุณเจ้าให้เขาบวชเถิด. พระเถระจึงนำเขาไปยังวิหารแล้ว ได้ให้ตจปัญจก- กัมมัฏฐานแล้ว ก็ให้เขาบวช พร่ำสอนว่า สีวลีเอ๋ย ! หน้าที่เกี่ยวกับโอวาท อย่างอื่นของเธอไม่มี เธอจงพิจารณา ถึงความทุกข์ที่เธอได้เสวยมาแล้ว ตลอด ๗ ปีเถิด. ท่านตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ กระผมจักได้รู้ถึงภาระของ ท่านเกี่ยวกับการบวชบ้าง เพื่อผมจักได้ทำตาม. ก็พระสีวลีนั้น ได้ดำรงอยู่ใน โสดาปัตติผล ในขณะที่เขาปลงมวยผมชั้นที่ ๑ ลง ได้ดำรงอยู่ในสกทาคามิผล ในขณะที่ปลงมวยผมชั้นที่ ๒ ลง ได้ดำรงอยู่ในอนาคามิผล ในขณะที่เขา ปลงมวยผมชั้นที่ ๓ ลง การปลงผมทั้งหมดได้อย่างเรียบร้อย และการกระทำ ให้แจ้งซึ่งพระอรหัตผลได้มีแล้วในเวลาไม่ก่อนไม่หลังแล. ต่อมา ได้มีถ้อยคำเกิดขึ้นในหมู่ภิกษุว่า โอ พระเถระถึงจะมีบุญ อย่างนี้ ก็ยังอยู่ในครรภ์ของมารดาถึง ๗ ปี ๗ เดือน แล้วยังอยู่ในครรภ์ หลงอีก ๗ วัน. พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวก เธอกำลังนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไรหนอ เมื่อพวกภิกษุกราบทูลให้ทรงทราบ แล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้นี้ มิใช่กระทำกรรมไว้ในชาติ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka