Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 392

เล่ม มมร. 72 หน้า 392 ข้อ 137
ครั้งนั้น เราได้ร้อยกรองคาถา ๔ คาถา ซึ่ง มีพยัญชนะสละสลวย ชมเชยพระพุทธเจ้าผู้เลิศ ในโลก ๓ ทรงแสดงธรรมทุกวัน พระองค์เป็นผู้ปราศจากความกำหนัด มี ความเพียรมาก ทรงอยู่ในสงสาร ที่มีภัย ไม่ เสด็จนิพพาน ก็เพราะพระกรุณา ฉะนั้นพระ- มุนีเจ้าจึงชื่อว่าทรงประกอบด้วยพระกรุณา เพราะเหตุนั้น สัตว์ที่เป็นปุถุชนแต่ไม่ ตกอยู่ในอำนาจกิเลส มีสัมปชัญญะ ประกอบ ด้วยสตินี้ ไม่ควรจะคิด กิเลสที่มีกำลังทุรพล อันนอนเนื่องอยู่ ในสันดานของเรา ถูกเผาด้วยไฟคือญาณแล้วไม่ สิ้นไป ข้อนั้นไม่เคยมีเลย ผู้ใดเป็นที่เคารพของโลกทั้งปวง เป็น ผู้เลิศในโลก และเป็นอาจารย์ของโลก โลกย่อม อนุวัตรตามผู้นั้น เราประกาศพระธรรมเทศนาสดุดีพระ- สัมพุทธเจ้า ด้วยคาถา มีอาทิ ดังกล่าวมาตราบ เท่าสิ้นชีวิต จุติจากอัตภาพนั้นแล้วได้ไปสวรรค์. ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เรากล่าวสดุดี พระพุทธเจ้าใด เพราะกล่าวสดุดีนั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการกล่าวสดุดี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka