ครั้งนั้น เราได้ร้อยกรองคาถา ๔ คาถา ซึ่ง
มีพยัญชนะสละสลวย ชมเชยพระพุทธเจ้าผู้เลิศ
ในโลก ๓ ทรงแสดงธรรมทุกวัน
พระองค์เป็นผู้ปราศจากความกำหนัด มี
ความเพียรมาก ทรงอยู่ในสงสาร ที่มีภัย ไม่
เสด็จนิพพาน ก็เพราะพระกรุณา ฉะนั้นพระ-
มุนีเจ้าจึงชื่อว่าทรงประกอบด้วยพระกรุณา
เพราะเหตุนั้น สัตว์ที่เป็นปุถุชนแต่ไม่
ตกอยู่ในอำนาจกิเลส มีสัมปชัญญะ ประกอบ
ด้วยสตินี้ ไม่ควรจะคิด
กิเลสที่มีกำลังทุรพล อันนอนเนื่องอยู่
ในสันดานของเรา ถูกเผาด้วยไฟคือญาณแล้วไม่
สิ้นไป ข้อนั้นไม่เคยมีเลย
ผู้ใดเป็นที่เคารพของโลกทั้งปวง เป็น
ผู้เลิศในโลก และเป็นอาจารย์ของโลก โลกย่อม
อนุวัตรตามผู้นั้น
เราประกาศพระธรรมเทศนาสดุดีพระ-
สัมพุทธเจ้า ด้วยคาถา มีอาทิ ดังกล่าวมาตราบ
เท่าสิ้นชีวิต จุติจากอัตภาพนั้นแล้วได้ไปสวรรค์.
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เรากล่าวสดุดี
พระพุทธเจ้าใด เพราะกล่าวสดุดีนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการกล่าวสดุดี