Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 410

เล่ม มมร. 72 หน้า 410 ข้อ 140
ผู้เจริญด้วยกลิ่นคือคุณ จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะปริ- นิพพาน เพราะกรรมที่ทำไว้ดีแล้ว และเพราะการ ตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไป สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ในภพสุดท้ายในบัดนี้ เราเกิดในสกุล อันมั่งคั่ง เมื่อเรายังอยู่ในครรภ์มารดา มารดา เป็นหญิงมีกลิ่นตัวหอม และในเวลาที่เราคลอดจากครรภ์มารดา นั้น พระนครสาวัตถีหอมฟุ้งเหมือนกับถูกอบด้วย กลิ่นตัวหอมทุกอย่าง ขณะนั้นฝนดอกไม้อันหอมหวล กลิ่น ทิพย์อันน่ารื่นรมย์ใจ และธูปมีค่ามาก หอมฟุ้ง ไป เราเกิดในเรือนหลังใด เรือนหลังนั้น เทวดาได้เอาธูปและดอกไม้ล้วนแต่มีกลิ่นหอม และเครื่องหอมมาอบ ก็ในเวลาที่เรายังเยาว์ ตั้งอยู่ในปฐมวัย พระศาสดาผู้เป็นสารถีฝึกนระ ทรงแนะนำบริษัท ของพระองค์ที่เหลือแล้ว เสด็จมายังพระนครสาวัตถี พร้อมด้วย พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นทั้งหมด ครั้งนั้น เราได้ พบพุทธานุภาพจึงออกบวช เราเจริญธรรม ๔ ประการ คือ ศีล สมาธิ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka