พระมหาปชาบดีเถรีเจ้า ลูบศีรษะของ
อุบาสิกาผู้มีศรัทธา มีปัญญาซึ่งเป็นหัวหน้าของ
อุบาสิกาเหล่านั้นอยู่ ได้กล่าวว่า
ลูกทั้งหลายเอ๋ย การพร่ำเพ้อซึ่งเป็นไป
ในบ่วงแห่งมารไม่ควรเลย สังเขตธรรมทั้งปวง
ล้วนไม่เที่ยง มีแต่จะพลัดพรากจากกัน หวั่นไหว
ต่อแต่นั้นพระนางก็สละอุบาสิกาเหล่า
นั้นเสีย เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน
และจตุตถฌาน แล้วเข้าอากาสานัญจายตนฌาน
วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญายตนฌาน
และเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ตามลำดับ
แล้วพระโคดมเถรีเจ้าก็เข้าฌานทั้งหลายโดยปฏิ-
โลม แล้วก็เข้าปฐมฌานไปตราบเท่าถึงจตุตถฌาน
ครั้นออกจากจตุตถฌานนั้นแล้วก็ดับไป เหมือน
เปลวประทีปที่หมดเชื้อดับไป ฉะนั้น.
ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ สายฟ้าก็ตกลง
จากนภากาศ กลองทิพยก็บันลือลั่นขึ้นเอง ทวย-
เทพพากันคร่ำครวญ และฝนดอกไม้ก็ตกจาก
อากาศลงยังพื้นแผ่นดิน
แม้ขุนเขาสุเมรุราชก็กัมปนาทหวั่นไหว
เหมือนคนเต้นรำในท่ามกลางที่เต้นรำ ฉะนั้น
สาครก็ปั่นป่วนตีฟองคะนองระลอกฉะฉาน