Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 573

เล่ม มมร. 72 หน้า 573 ข้อ 158
ครั้งนั้น ดิฉันได้ฟังความสำเร็จแห่ง พระมหาวิหารเวฬุวัน อันเป็นที่ชอบโสตและชอบ ใจแล้ว ประสงค์จะเห็น ดิฉันจึงได้กราบทูล พระราชา. ครั้งนั้น ท้าวมหิบดีจึงโปรดสั่งดิฉันผู้มุ่ง จะชมพระมหาวิหารเวฬุวัน พร้อมด้วยบริวารเป็น อันมาก ด้วยพระดำรัสว่า พระนางผู้มีสมบัติมาก เชิญเสด็จไปชม พระมหาวิหารเวฬุวัน อันเป็น ที่เย็นตา เปล่งปลั่งด้วยพระรัศมีแห่งพระสุคตเจ้า งามด้วยสิริทุกสมัย ดิฉันทูลว่า เมื่อใด พระพุทธมุนีเสด็จ เข้ามาทรงบาตรในพระนครราชคฤห์อันอุดม เมื่อ นั้น หม่อมฉันจะเข้าไปชมพระมหาวิหารเวฬุวัน เวลานั้น พระมหาวิหารเวฬุวันมีสวน ดอกไม้กำลังแย้มบาน หึ่ง ๆ ไปด้วยเสียงบิน ของภมรต่างชนิด และมีเสียงนกดุเหว่าร่ำร้องดัง เพลงขับ ทั้งมีเหล่านกยูงฟ้อนรำ มีเสียงเบาไม่พลุกพล่านประดับไปด้วยที่ จงกรมต่าง ๆ สะพรั่งไปด้วยกุฎีและมณฑปที่ พระโยคีชอบปรารภบำเพ็ญเพียร เมื่อดิฉันเที่ยวไปได้รู้สึกว่านัยน์ตาของ เรามีผล ครั้งนั้น ดิฉันได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งประกอบ กิจอยู่ แล้วคิดไปว่า ภิกษุนี้ตั้งอยู่ในปฐมวัย มี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka