Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 427

เล่ม มมร. 74 หน้า 427 ข้อ 24
อาศัยอะไร. บทว่า เอสา ปติฏฺา คือเงาเท้าของท่านนี้จงเป็นที่พึ่งแห่ง ความผิดพลาดของข้าพเจ้าในวันนี้เถิด. บทว่า สุวาสิตํ ความว่า การอยู่ใน ป่านี้แม้เพียงคนเดียวของพวกฤาษี เป็นการอยู่ดีแล้ว เพราะเหตุไร ? เพราะ พวกเราได้เห็นท้าววาสวะภูตบดี หากว่าพวกเราอยู่ในนคร พวกเราก็จะไม่ เห็นท้าววาสวะนี้. บทว่า โภนฺโต คือท่านผู้เจริญทั้งหลาย. แม้ทั้งหมด จงดีใจ คือจงยินดี จงยกโทษให้แก่ท้าวสักกเทวราชเถิด เพราะเหตุไร ? เพราะอาจารย์ของเราได้เง่าบัวแล้ว ท้าวสักกะทรงไหว้หมู่ฤาษีแล้วกลับสู่ เทวโลก. แม้หมู่ฤาษียังฌานและอภิญญาให้เกิด แล้วได้ไปสู่พรหมโลก. น้องชายทั้ง ๖ คน มีอุปกัญจนะเป็นต้น ในครั้งนั้น ได้เป็นพระ- สารีบุตร พระโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธะ และพระ- อานนทเถระ ในครั้งนี้. น้องสาว คือนางอุบลวรรณา. ทาสี คือนางขุช- ชุตตรา. ทาส คือจิตตคฤหบดี. รุกขเทวดา คือสาตาถิระ. ช้าง คือช้าง ปาลิไลยยะ. วานร คือมธุวาสิฏฐะ. ท้าวสักกะ คือกาฬุทายี. มหากัญจน- ดาบส คือพระโลกนาถ. แม้ในจริยานี้ ก็พึงเจาะจงกล่าวถึงบารมี ๑๐ ของพระโพธิสัตว์โดย นัยดังที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. อนึ่ง พึงประกาศคุณานุภาพมีความไม่ คำนึงถึงในกามทั้งหลายเป็นต้น ส่วนเดียวเท่านั้น ด้วยประการฉะนี้. จบ อรรถกถาภิงสจริยาที่ ๔
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka