ตะไคร้น้ำเป็นต้น. บทว่า "ปํสุกุลานิ" ได้แก่ เศษผ้าที่เขาทิ้งที่แผ่นดิน.
บทว่า "คิริฏกานิ" ได้แก่ ผ้าที่เขาทอด้วยเปลือกไม้. บทว่า "อชินํ" ได้แก่
หนังเสือ (คือผ้าที่เขาทำด้วยหนังสือ.) บทว่า "อชินกฺขิปํ" ได้แก่ หนังเสือ
นั้นนั่นแหละ ที่เขาผ่าตรงกลาง. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ผ้านุ่งที่เขาทำด้วย
หนังเสือพร้อมด้วยเล็บ ดังนี้บ้าง. บทว่า "กุสจีรํ" ได้แก่ ผ้าที่เขาถักกระทำ
ด้วยหญ้าคา แม้ในผ้าคากรองที่เขาทอด้วยเปลือกไม้ แผ่นไม้เป็นต้น ก็มีนัย
นี้เหมือนกัน. บทว่า "เกสกมฺพลํ" ได้แก่ ผ้ากัมพล ที่เขาทำด้วยผมมนุษย์
คำที่ท่านกล่าวหมายเอาไว้ว่า "ภิกษุทั้งหลาย ผ้าทั้งหลายเหล่านั้น เหล่าใด ที่
เขากรอแล้วถักแล้วมีอยู่ ผ้ากัมพลที่ทำด้วยผมมนุษย์ เรากล่าวว่าเป็นของน่า
รังเกียจยิ่งกว่าผ้าเหล่านั้น." บทว่า "วาลกมฺพลํ" ได้แก่ ผ้ากัมพลที่ทำด้วย
หางม้าเป็นต้น. บทว่า "อุลูกปกฺขกํ" ได้แก่ ผ้าที่เขาถักกระทำด้วยปีก
นกเค้า.
บทว่า "อุพฺภฏฺโก" แปลว่า ผู้ยืนอยู่ในเบื้องบน. บทว่า "อุกฺกุฏิ-
กปฺปธานมนุยุตฺโต" ความว่า ผู้ประกอบความเพียรในการนั่งกระโหย่ง-
เมื่อไปก็เป็นผู้นั่งกระโหย่งเทียวแล้วกระโดดไป ๆ. บทว่า "กณฺฏกาปสฺส-
ยิโก" ความว่า ปักเหล็กแหลมหรือหนามแหลมที่แผ่นดินแล้วปูลาดด้วยหนัง
บนเหล็กแหลม หรือหนามแหลมนั้น แล้วจึงกระทำการยืน การเดิน เป็นต้น.
บทว่า "เสยฺยํ" ได้แก่ แม้เมื่อนอน ก็สำเร็จการนอนบนแผ่นหนังปูลาดนั้น
นั่นแหละ. ผู้นั้นประกอบการอาบน้ำเป็นครั้งที่ ๓ ในเวลาเย็น เพราะเหตุนั้น
ผู้นั้น ชื่อว่า สายตติยะ ผู้ประกอบการอาบน้ำเป็นครั้งที่ ๓ ในเวลาเย็น.
ผู้ประกอบความเพียรในการลงอาบน้ำด้วยตั้งใจว่า เราจักลอยบาปวันละ ๓ ครั้ง
คือ เวลาเช้า ๑ ครั้ง เวลาเที่ยงวัน ๑ ครั้ง และเวลาเย็น ๑ ครั้ง.