๔ แด่พระสุคตนั้น ย่อมถวายด้วยคิดว่า เราจะถวาย (ปัจจัย ๔) แด่พระสัม-
มาสัมพุทธเจ้าผู้สมบูรณ์ด้วยคุณมีศีลเป็นต้น (ส่วน) อเจลกปาฏิกบุตร
นั้น ไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อบริโภคปัจจัยที่ชนกำหนดถวายพระ
พุทธเจ้าชื่อว่าดำเนินชีวิตในศาสนาของพระสุคต. บทว่า สุคตาติริตฺตานิ
อธิบายว่า ได้ยินว่า ประชาชนเมื่อจะให้โภชนะแก่พระพุทธเจ้าเหล่า
นั้น ได้ให้แก่พระพุทธเจ้า และสาวกของพระพุทธเจ้าเหล่านั้น ภาย
หลังจึงให้อาหารที่เหลือในเวลาเย็น อเจลกชื่อปาฏิกบุตร นี้ ชื่อว่า
บริโภคอาหารที่เป็นเดนพระสุคต ด้วยประการฉะนี้. บทว่า ตถาคเต
ความว่า ท่านสำคัญว่าพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ที่พึง
เบียดเบียนคือพึงรุกราน. อีกนัยหนึ่ง. บทว่า ตถาคเต เป็นต้น เป็น
ทุติยาวิภัตติพหุวจนะ. แม้บทว่า อาสาเทตพฺพํ นี้ก็เป็นพหุวจนะเหมือนกัน
ท่านกล่าวว่าเป็นเหมือนเอกวจนะ. บทว่า อาสาทนา ได้แก่เบียดเบียน
ว่า "เราจักทำปาฏิหาริย์กับพระพุทธเจ้า".
บทว่า สเมกฺขิยาน แปลว่า พิจารณาแล้ว คือสำคัญแล้ว.
บทว่า อมญฺิ แปลว่า ได้ถือตัว. บทว่า โกตฺถุ หมายเอา สุนัขจิ้ง
จอก. คำว่า อตฺตานํ วิฆาเส สเมกฺขิย ได้แก่ ได้เห็นอัตตภาพอ้วน
พี ในน้ำที่ใสในสระน้ำ. บทว่า ยาวตฺตานํ น ปสฺสติ ความว่า
ย่อมไม่เห็นตนตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า เราเป็นสุนัขจิ้งจอกแก่ เติบ
โตขึ้นเพราะเนื้อที่เป็นเดนของพญาสีหมิคราช. บทว่า พฺยคฺโฆติ มญฺ-
ติ ได้แก่ ย่อมสำคัญว่า เราเป็นพญาสีหมิคราช หรือถือตัวว่า เรามี
กำลังเท่ากับสีหะเป็นพยัคฆ์แท้. บทว่า ภุตฺวาน เภงฺเค ได้แก่กินกบตาม
บ่อ. บทว่า ขลมูสิกาโย ความว่า กินหนูในลานข้าว. บาทคาถาว่า
กฏสีสุ ขิตฺตานิ จ กูณปานิ ความว่า กินซากศพที่ทิ้งไว้ในป่าช้า. บท
ว่า มหาวเน คือในป่าใหญ่. บทว่า สุญฺวเน คือในป่าเปลี่ยว. บท
ว่า วิวฑฺโฒ คือเติบโตแล้ว. คำว่า ตเถว โส สิคาลกํ อนทิ ความ