ว่า สุนัขจิ้งจอก แม้นั้น แม้เติบโตได้อย่างนี้ ก็ยังสำคัญว่า เราเป็นพวก
มิคราช ก็ร้องเหมือนสุนัขแก่ เหมือนอย่างที่เป็นสุนัขจิ้งจอกเสื่อมกำลัง
ในคราวก่อนฉะนั้น. ศิษย์ของช่างกลึงไม้ ชื่อ ชาลิยะ ได้รุกราน
ปาฏิกบุตรนั้นแล้วว่า ท่านบริโภคอาหารที่เป็นเดนแล้วติดอยู่ในลาภ
สักการะ เหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวที่กินสัตว์มีกบเป็นต้นแล้วเติบโตขึ้นฉะนั้น
ด้วยคาถาแม้นี้.
บทว่า นาเคหิ คือ ด้วยเหล่าข้าง. บทว่า มหาพนฺธนา คือ
ให้พ้นจากเครื่อง คือ กิเลสใหญ่. บทว่า มหาวิทุคฺคา ความว่า
โอฆะ ๔ อย่าง ชื่อว่าหล่มใหญ่ รื้อถอนจากหล่มใหญ่นั้นแล้ว ให้ดำรง
อยู่บนบกคือพระนิพพาน. พระอรรถกถาจารย์ ครั้นแสดงบทอนุสนธิ
ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมไม่ทรงกระทำ ปาฏิหาริย์ ด้วยกถามรรค
ประมาณเท่านี้แล้ว บัดนี้เมื่อจะแสดงอนุสนธิแห่งบทนี้ว่า น อคฺคญฺํ
ปญฺเปติ จงเริ่มเทศนาว่า อคฺคญฺญฺจาหํ เป็นต้น
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อคฺคญฺญฺจาหํ ความว่า ดูก่อน
ภัคควะ เราย่อมรู้ชัดซึ่งสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศ และจริยาวัตรที่เกิด
ขึ้นของโลก. บทว่า ตญฺจ ปชานามิ ความว่า เรามิใช่จะทราบชัดสิ่ง
โลกสมมติว่าเลิศอย่างเดียวเท่านั้น ย่อมรู้ชัดสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศนั้น
ด้วย แล้วรู้ชัดกว่านั้น คือทราบชัดตั้งแต่ศีล สมาธิ จนถึงพระสัพพัญ-
ญุตญาณ. คำว่า ตญฺจ ปรชานนํ น ปรามสามิ ความว่า เราแม้เมื่อ
ทราบชัดซึ่งสิ่งนั้น ก็ไม่ยึดมั่นด้วยอำนาจของตัณหา ทิฏฐิ และ
มานะว่า เราย่อมรู้ชัดถึงสิ่งชื่อนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า
พระตถาคตไม่มีความยึดถือมั่น. คำวา ปจฺจตฺตญฺเว นิพฺพุติ วิทิตา
ได้แก่ ทรงทราบการดับกิเลส ในพระองค์ด้วยพระองค์เดียว. คำว่า ยท-
ภิชานํ ตถาคโต คือ พระตถาคตทรงรู้ คือ ทรงทราบ การดับกิเลส