Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 316

<< | หน้าที่ 316 | >>
[๘๕๗] ข้าแต่พระแม่เจ้า ตลอดหนึ่งเดือนล่วงไปแต่วันนี้

พวกหม่อมฉันยังไม่ทราบว่า

พระภูริทัตผู้ทรงยศพระโอรสของพระแม่เจ้าสิ้นชีพแล้ว

หรือว่ายังดำรงพระชนม์อยู่

{๗๓๒} [๘๕๘] เมื่อพวกเราไม่เห็นพระภูริทัตก็จักระทมทุกข์สิ้นกาลนาน

เหมือนแม่นกที่ลูกถูกฆ่าตายเห็นแต่รังที่ว่างเปล่า

[๘๕๙] เมื่อพวกเราไม่เห็นพระภูริทัตก็จักระทมทุกข์สิ้นกาลนาน

เหมือนแม่นกเขาที่ลูกถูกฆ่าตายเห็นแต่รังที่ว่างเปล่า

[๘๖๐] เมื่อพวกเราไม่เห็นพระภูริทัต

ก็จักหม่นไหม้ไปด้วยทุกข์สิ้นกาลนาน

เหมือนนางนกจักรพากบนเปือกตมที่ปราศจากน้ำเป็นแน่

[๘๖๑] เหมือนเบ้าหลอมทองของพวกช่างทอง

ย่อมไหม้อยู่ข้างในหาไหม้ข้างนอกไม่ฉันใด

พวกเราเมื่อไม่เห็นพระภูริทัตก็ย่อมหม่นไหม้ด้วยความโศกฉันนั้น

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

{๗๓๓} [๘๖๒] บุตรและภรรยาในที่อยู่ของพระภูริทัต

ต่างพากันล้มนอนระเกะระกะ

เหมือนต้นรังที่ถูกลมพัดทำให้ย่อยยับไป

{๗๓๔} [๘๖๓] ครั้นได้ยินเสียงกึกก้องของบุตรและภรรยาเหล่านั้น

ในที่อยู่ของพระภูริทัตแล้ว

นาคอริฏฐะและสุโภคะต่างก็วิ่งวุ่นไปในระหว่างพูดขึ้นว่า

[๘๖๔] ข้าแต่พระแม่เจ้า จงเบาพระทัยเถิด อย่าเศร้าโศกเลย

เพราะสัตว์ทั้งหลายมีอย่างนี้เป็นธรรมดา

คือ ย่อมเกิด ย่อมตาย

การตายและการเกิดนี้เป็นความแปรผันของสัตว์นั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka