ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
“สังขารทั้งหลายอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม ... กำหนดรู้
“วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม ... กำหนดรู้ ... โดยความไม่เที่ยง เป็นสัมมสนะ ๑
“กำหนดรู้ ... โดยความเป็นทุกข์ เป็นสัมมสนะ ๑
“กำหนดรู้ ... โดยความไม่มีอัตตา เป็นสัมมสนะ ๑
“กำหนดรู้จักขุ ... ขลฯ ... ชราและมรณะ ทั้งอดีต อนาคตและปัจจุบัน โดยความไม่เที่ยง เป็นสัมมสนะ ๑
“... โดยความเป็นทุกข์ เป็นสัมมสนะ ๑
“... โดยความไม่มีอัตตา เป็นสัมมสนะ ๑
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “รูปทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ชื่อว่าไม่เที่ยงโดยความหมายว่าสิ้นไป ชื่อว่าเป็นทุกข์โดยความหมายว่าน่ากลัว ชื่อว่าอนัตตาโดยความหมายว่าเป็นสิ่งไม่มีแก่นสาร” ดังนี้ เป็นสังมสนญาณ (คือ ญาณในการกำหนดรู้) ๑
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “เวทนา ...
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “สัญญา ...
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “สังขารทั้งหลาย ...
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “วิญญาณ ...
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “จักขุ ขลฯ ชราและมรณะทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ชื่อว่าไม่เที่ยง ...” ดังนี้ เป็นสังมสนญาณ ๑
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “รูปทั้งอดีต อนาคตและปัจจุบัน เป็นของไม่เที่ยง ปรุงแต่งขึ้น อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความปราศจากราคะไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา” ดังนี้ เป็นสังมสนญาณ ๑
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “เวทนา ...
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “สัญญา ...
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “สังขารทั้งหลาย ...
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “วิญญาณ ...
“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “จักขุ ขลฯ ชราและมรณะทั้งที่เป็นอดีต