visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1013 | >>

อนาคตและปัจจุบัน เป็นของไม่เที่ยง ... มีความดับไปเป็นธรรมดา” ดังนี้ เป็นสัมมสนญาณ ๑

“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ เมื่อไม่มีชาติ ก็ไม่มีชราและมรณะ” ดังนี้ เป็นสัมมสนญาณ ๑

“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “ทั้งในอดีตกาลก็ดี ทั้งในอนาคตกาลก็ดี เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ เมื่อไม่มีชาติ ก็ไม่มีชราและมรณะ” ดังนี้ เป็นสัมมสนญาณ ๑

“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ ... ขลฯ ... เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขารทั้งหลาย เมื่อไม่มีอวิชชา ก็ไม่มีสังขาร” ดังนี้ เป็นสัมมสนญาณ ๑

“ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ว่า “ทั้งในอดีตกาลก็ดี ทั้งในอนาคตกาลก็ดี เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขารทั้งหลาย เมื่อไม่มีอวิชชา ก็ไม่มีสังขารทั้งหลาย” ดังนี้ เป็นสัมมสนญาณ ๑

“สัมมสนญาณนั้นชื่อว่า ญาณ โดยความหมายว่า รู้แล้ว ชื่อว่า ปัญญา โดยความหมายว่า รู้ทั่ว เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า ปัญญาในการย่นย่อกำหนดรู้ธรรมทั้งหลายที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ชื่อว่า สัมมสนญาณ” ดังนี้ ฯ

ขลฯ ข้อธรรมด้วยเปยาล

อนึ่ง (ด้วยการ ขลฯ ไว้) ด้วยเปยาล (ขบฺย) ว่า “จักขุ ขลฯ ชราและมรณะ” ดังนี้ ในพระบาลีนั้น พึงทราบว่าท่านย่นย่อเอาหมวดธรรมเหล่านี้ไว้ คือ :-

๑. ธรรมทั้งหลายที่เป็นไปในทวาร พร้อมด้วยทวารและอารมณ์ทั้งหลาย

๒. ขันธ์ ๕

๓. ทวาร ๖

๔. อารมณ์ ๖

๕. วิญญาณ ๖

๖. ผัสสะ ๖

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka