visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1017 | >>

รูปใดเป็นภายใน ถึงแม้รูปนั้นก็สิ้นไปภายในนั้นเอง ไม่ไปถึงภายนอก เพราะเหตุนี้จึงเป็นของไม่เที่ยงโดยความหมายว่าสิ้นไป รูปใดเป็นภายนอก...หยาบ...ละเอียด ...เลว...ประณีต...อยู่ ณ ที่ไกล...อยู่ ณ ที่ใกล้ ถึงแม้รูปนั้นก็สิ้นไป ณ ที่ใกล้นั้นเอง ไม่ไปถึงความเป็นที่ไกล เพราะเหตุนี้จึงเป็นของไม่เที่ยง โดยความหมายว่าสิ้นไป” ดังนี้

การกำหนดรู้แม่ทั้งหมวดนี้เป็นสัมมสนะ ๑ ตามคำที่ว่า “เป็นของไม่เที่ยง โดยความหมายว่าสิ้นไป” ดังนี้ แต่ว่าโดยประเภท เป็นสัมมสนะ ๑๑ อย่าง และรูปทั้งหมวดนี้นั่นแล ชื่อว่าเป็นทุกข์ โดยความหมายว่าเป็นสิ่งพึงกลัว ที่ว่า “โดยความหมายว่าเป็นสิ่งพึงกลัว” หมายความว่า เพราะมีภัยประจัญหน้าอยู่ แหละ! สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นก็เป็นของน่าเอาความน่ากลัวมา ดูการนำเอาความน่ากลัวมาแก่เทวดาทั้งหลายในสีหปลมสูตร๑ ถึงแม้การกำหนดรู้ด้วยประการฉะนี้ ก็เป็นสัมมสนะ ๑ ตามคำที่ว่า “ชื่อว่าเป็นทุกข์ โดยความหมายว่าเป็นสิ่งพึงกลัว” ดังนี้ แต่ว่าโดยประเภทก็เป็นสัมมสนะ ๑๑ อย่าง

อนึ่ง รูปทั้งปวงชื่อว่าเป็นทุกข์ ฉันใด รูปแม่ทั้งหมวด นั้นหามีอัตตาไม่ โดยความหมายว่าเป็นสิ่งไม่มีแก่นสาร ที่ว่า “โดยความหมายว่าเป็นสิ่งไม่มีแก่นสาร” หมายความว่า เพราะไม่มีแก่นสาร คือ อัตตาซึ่งเจ้าลัทธิทั้งหลายคิดเห็นกันอย่างนี้ว่า “(มี) อัตตา (มี) ผู้อยู่เป็นนิตย์ (มี) ผู้สร้าง (มี) ผู้เสวย (มี) ผู้มีอำนาจในตัวเอง” แหละ! รูปใดไม่เที่ยง รูปนั้นก็เป็นทุกข์ ไม่สามารถห้ามความไม่เที่ยงหรือความเบียดเบียนเฉพาะหน้า ด้วยความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป แม้ต่อของอัตตาได้ แล้วผู้นั้นจะเป็นผู้สร้างเป็นต้นแต่ที่ไหน ? เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เพราะว่า ถ้ารูปนี้จักเป็นอัตตาไซร้ รูปนี้ก็ไม่ควรเป็นไปเพื่ออาพาธ” ดังนี้๑ เป็นต้น เพราะเหตุนี้ ถึงแม้การกำหนดรู้ (ดังกล่าว) นี้ก็เป็นสัมมสนะ ๑ ตามคำที่ว่า “เป็นของหามีอัตตาไม่โดยความหมายว่าเป็นสิ่งไม่มีแก่นสาร” ดังนี้ แต่ว่าโดยประเภทก็เป็นสัมมสนะ ๑๑ อย่าง

นัย (ในการกำหนดรู้) ในขันธ์ทั้งหลายอื่นมีเวทนาเป็นต้นก็เป็นอย่างนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka