visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1024 | >>

การกำหนดรู้ที่เหลือ (อีก ๒๕ อาการ) กล่าวคือ : โดยเป็นทุกข์ โดยเป็นโรค เป็นต้น ในขันธ์หนึ่งๆ (แต่ละขันธ์) แบ่งเป็นอาการละ ๒๕ (รวม ๕ ขันธ์) เป็นทุกขานุปัสสนา ๑๒๕ ด้วยประการฉะนี้ (รวมทั้ง ๓ อนุปัสสนา เป็น ๒๐๐ อาการ)

เมื่อโยคีนั้นกำหนดรู้ขันธ์ ๕ ด้วยการกำหนดรู้โดยไตรลักษณ์มีความไม่เที่ยงเป็นต้น โดยจำแนกเป็น ๒๐๐ อาการดังกล่าวมานี้ สัมมสนะ (คือการกำหนดรู้) โดยอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ที่เรียกว่า นัยวิปัสสนา นั้น ก็มั่นคงด้วยประการฉะนี้

นี้เป็นวิธีเริ่มต้นการกำหนดรู้โดยดำเนินตามนัยพระบาลีในสัมมสนญาณนี้ก่อน

ทำอินทรีย์ให้แก่กล้าด้วยอาการ ๙

[๒๕๙] แต่ว่า โยคีผู้ใดเมื่อทำโยคะโดยนัยวิปัสสนา ดังกล่าวมานั้น นัยวิปัสสนาไม่ถึงพร้อม (คืออุทยัพพยญาณยังไม่เกิด) โยคีผู้นั้นพึงทำอินทรีย์ (๕ มีศรัทธาเป็นต้น) ให้แก่กล้าด้วยอาการ ๙ อย่าง ที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า “อินทรีย์ทั้งหลาย (มีศรัทธาเป็นต้น) จะแก่กล้าด้วยอาการ ๙” คือ

๑. เห็นแต่ความดับอย่างเดียวของสังขารทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นแล้ว

๒. และในการเห็นความดับนั้น โยคีจะทำวิปัสสนาญาณให้ถึงพร้อม (ให้เกิด) ด้วยอาการทำด้วยความมีสติ

๓. ทำวิปัสสนาญาณให้ถึงพร้อมด้วยการทำให้ต่อเนื่องกันไว้

๔. ทำวิปัสสนาญาณให้ถึงพร้อมด้วยการทำ (ในการเสพ) สัปปายะ

๕. ทำวิปัสสนาญาณให้ถึงพร้อมด้วยการกำหนดนิมิตของสมาธิ

๖. ทำวิปัสสนาญาณให้ถึงพร้อมด้วยการดำเนินไปโดยความเหมาะสมของโพชฌงค์ ๗

๗. ทำความไม่อาลัยในร่างกายและชีวิตให้เกิดขึ้น

๘. ในการไม่อาลัยในร่างกายและชีวิตนั้น โยคีจะทำให้เกิดวิปัสสนาภาวนาด้วยการข่มไว้ (ซึ่งทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นๆ) แล้วผ่านพ้น (ทุกขเวทนานั้นๆ) ออกไป๒

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka