visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1026 | >>

จิต (และ) เกิดอยู่ก่อนแล้ว ถึงความตั้งอยู่ (ฐิติขณะ) ภวังคจิตดวงที่ ๓ ก็เกิดขึ้น เพราะอาศัย (หทัย) วัตถุอันเกิดขึ้นพร้อมกับภวังคจิตดวงที่ ๒ นั้น ซึ่งเกิดอยู่ก่อนแล้ว (และ) ถึงความตั้งอยู่ (คือฐิติขณะ)

พึงทราบความเป็นไปของจิตจนตลอดอายุ โดยนัยนี้

แต่ว่า สำหรับผู้ใกล้มรณะ จิต ๑๖ ดวงจะเกิดขึ้น เพราะอาศัย (หทัย) วัตถุอันเดียวนั่นแล ซึ่งเกิดอยู่ก่อนแล้ว (และ)ถึงความตั้งอยู่ รูปที่เกิดขึ้นในอุปปาทขณะของปฏิสนธิจิต จะดับไปพร้อมกับจิตดวงที่ ๑๖ ลำดับมาแต่ปฏิสนธิจิต รูปที่เกิดขึ้นในฐานขณะ (ฐิติขณะ) จะดับพร้อมกับอุปปาทขณะของจิตดวงที่ ๑๗ รูปที่เกิดขึ้นในภังคขณะ ครั้นถึงฐานขณะของจิตดวงที่ ๑๗ ก็ดับไป อันว่าความเป็นไป (ของจิต) ยังมีอยู่อัตราใด รูปก็ยังเป็นไปอยู่อัตรานั้น ด้วยประการฉะนี้นั่นแล

ถึงแม้สัตว์ทั้งหลายจำพวกโอปปาติกะ รูป ๒๐ ก็เป็นไปด้วยสันตติ ๗ ด้วยอาการอย่างนี้เช่นกัน

การจำแนกรูปเกิดจากกรรม

[๗๐๑] ในความเป็นไปของรูปเกิดแต่กรรมนั้น ควรทราบ วิภาค (คือการจำแนก) ดังนี้ คือ:-

๑. กรรม

๒. กัมมสมุฏฐาน คือ รูปมีกรรมเป็นสมุฏฐาน

๓. กัมมปัจจัย คือ รูปมีกรรมเป็นปัจจัย

๔. กัมมปัจจยจิตตสมุฏฐาน คือ รูปมีจิตซึ่งมีกรรมเป็นปัจจัยเป็นสมุฏฐาน

๕. กัมมปัจจยอาหารสมุฏฐาน คือ รูปมีอาหารซึ่งมีกรรมเป็นปัจจัยเป็นสมุฏฐาน

๖. กัมมปัจจยอุตุสมุฏฐาน คือ รูปมีอุตุซึ่งมีกรรมเป็นปัจจัยเป็นสมุฏฐาน

ในวิภาคนั้น

๑. เจตนาที่เป็นกุศลและอกุศล ชื่อว่า กรรม

๒. รูปปกขันธ์ทั้งหลายและรูป ๗๐ ส่วน มีจักขุทสกะเป็นต้น ชื่อว่า รูปเป็นกัมมสมุฏฐาน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka