ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
๕. อุตุ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ถึงความตั้งอยู่แล้ว ทำโอชฐูมกรูปอื่นให้ตั้งขึ้น สืบต่อความเป็นไป ๒ (หรือ) ๓ วาระ โดยอาการอย่างนี้ ชื่อว่า รูปเป็นจิตตปัจจยอุตุสมุฏฐาน
พึงเห็นความเกิดขึ้นของรูปเกิดจากจิตด้วยประการดังกล่าวนี้
[๗๐๓] แม้ในรูปเกิดจากอาหารทั้งหลาย ก็พึงทราบวิภาคดังนี้ คือ :-
๑. อาหาร
๒. อาหารสมุฏฐาน คือ รูปมีอาหารเป็นสมุฏฐาน
๓. อาหารปัจจัย คือ รูปมีอาหารเป็นปัจจัย
๔. อาหารปัจจยอาหารสมุฏฐาน คือ รูปมีอาหารซึ่งมีอาหารเป็นปัจจัยเป็นสมุฏฐาน
๕. อาหารปัจจยอุตุสมุฏฐาน คือ รูปมีอุตุซึ่งมีอาหารเป็นปัจจัยเป็นสมุฏฐาน
ในวิภาคนั้น
๑. อาหารที่ทำเป็นคำ (ๆ) ชื่อว่า อาหาร
๒. รูป ๑๔ อย่าง คือ โอชฐูมกรูปที่โอชาซึ่งได้รับเกิดจากกรรมมีใจครองเป็นปัจจัยแล้วตั้งอยู่ในรูปเกิดจากกรรมนั้น ถึงความตั้งอยู่แล้ว ทำให้ตั้งขึ้น ๘ อาการธาตุ ๑ ลหุตา ๑ มุทุตา ๑ กัมมัญญตา ๑ อุปจยะ ๑ สันตติ ๑ ชื่อว่า รูปเป็นอาหารสมุฏฐาน
๓. รูปมีสมุฏฐาน ๔ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้อย่างนี้ว่า “อาหารที่ทำเป็นคำ เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย ของกายนี้” ดังนี้ ชื่อว่า รูปเป็นอาหารปัจจัย
๔. โอชา ที่ถึงความตั้งอยู่แล้ว ในรูปที่มีอาหารเป็นสมุฏฐานทั้งหลาย ทำโอชฐูมกรูปอื่นให้ตั้งขึ้นอีก ทั้งโอชาในโอชฐูมกรูปนั้นก็กทำโอชฐูมกรูปอื่นให้ตั้งขึ้นอีก สืบต่อความเป็นไป ๑๐ (หรือ) ๑๒ วาระอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้ ชื่อว่า รูปเป็นอาหารปัจจยอาหารสมุฏฐาน (เช่นตัวอย่างต่อไปนี้)