ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
อาหารที่บริโภคแล้วในวันหนึ่ง อุปถัมภ์รูปอยู่ได้ตลอดทั้ง ๗ วัน ส่วนโอชาที่เป็นของทิพย์ อุปถัมภ์รูปอยู่ได้ตลอด ๑ เดือน หรือตลอด ๒ เดือนบ้าง อีกทั้งอาหารที่มารดาบริโภค ก็แผ่ไปสู่ร่างกายของทารก (ในครรภ์) แล้วทำรูปให้ตั้งขึ้น ถึงแม้อาหารที่ฉาบทาไว้ที่ร่างกาย ก็ทำรูปให้ตั้งขึ้น
อาหารเกิดแต่กรรม ชื่อว่าอุปทินนาหาร (อาหารของสัตว์ผู้มีใจครอง) แม้อุปทินนาหารนั้นถึงความตั้งอยู่แล้ว ก็ทำรูปให้ตั้งขึ้น อีกทั้งโอชาในรูปนั้นก็ทำรูปอื่นให้ตั้งขึ้นด้วย สืบต่อความเป็นไป ๔ หรือ ๕ วาระอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้
๕. เตโชธาตุ มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ถึงความตั้งอยู่แล้ว ทำโอชฐูมกรูปซึ่งมีอุตุเป็นสมุฏฐานให้ตั้งขึ้น ชื่อว่า รูปเป็นอาหารปัจจยอุตุสมุฏฐาน
ในสมุฏฐานทั้งหลายนั้น อาหารนี้เป็นปัจจัยเพราะเป็นผู้ทำให้รูปที่มีอาหารเป็นสมุฏฐานทั้งหลายเกิดขึ้น เป็นปัจจัยของรูปที่เหลือ (คือรูปมีกรรม มีจิตและมีอุตุเป็นสมุฏฐาน) ทั้งหลาย โดยเป็นนิสสยปัจจัย อาหารปัจจัย อัตถิปัจจัยและอวิคตปัจจัยด้วยประการฉะนี้
พึงเห็นความเกิดขึ้นของรูปเกิดจากอาหารด้วยประการดังกล่าวนี้
[๗๐๔] แม้ในรูปเกิดจากอุตุทั้งหลาย ก็พึงทราบวิภาคดังนี้ คือ :-
๑. อุตุ คือ ฤดู
๒. อุตุสมุฏฐาน คือ รูปมีอุตุเป็นสมุฏฐาน
๓. อุตุปัจจัย คือ รูปมีอุตุเป็นปัจจัย
๔. อุตุปัจจยอุตุสมุฏฐาน คือ รูปมีอุตุซึ่งมีอุตุเป็นปัจจัยเป็นสมุฏฐาน
๕. อุตุปัจจยอาหารสมุฏฐาน คือ รูปมีอาหารซึ่งมีอุตุเป็นปัจจัยเป็นสมุฏฐาน
ในวิภาคนั้น
๑. เตโชธาตุมีสมุฏฐาน ๔ ชื่อว่า อุตุ - ฤดู แต่ฤดูนี้มีอยู่ ๒ อย่าง ดังนี้ คือ ฤดูร้อน ๑ ฤดูหนาว ๑
๒. ฤดูมีสมุฏฐาน ๔ ได้รูปอุปทินนกะเป็นปัจจัยแล้ว ถึงความตั้งอยู่ ทำรูปให้ตั้งขึ้นในร่างกาย ชื่อว่า รูปเป็นอุตุสมุฏฐาน รูปมีอุตุเป็นสมุฏฐานนั้นมีอยู่ ๑๔ อย่าง