visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1031 | >>

คือ ลักขณวตะ ๘ อากาสธาตุ ๑ ลหุตา ๑ มุทุตา ๑ กัมมัญญตา ๑ อุปจยะ ๑ สันตติ ๑

๓. ฤดูเป็นปัจจัยแห่งความเป็นอยู่และแห่งความฉิบหายของรูปทั้งหลายที่เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ ชื่อว่า รูปเป็นอุตุปัจจัย

๔. เตโชธาตุ มีฤดูเป็นสมุฏฐาน ถึงความตั้งอยู่แล้ว ทำโอชฐูมกรูปอื่นให้ตั้งขึ้น อีกทั้งฤดูในโอชฐูมกรูปนั้นก็ทำโอชฐูมกรูปอื่นให้ตั้งขึ้นด้วย รูปมีฤดูเป็นสมุฏฐาน แม้ตั้งอยู่ในฝ่ายเป็นอนุปาทินนกรูป ก็ยังเป็นไปอยู่ได้ตลอดกาลนานเท่านานอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้ ชื่อว่า รูปเป็นอุตุปัจจยอุตุสมุฏฐาน

๕. โอชา มีฤดูเป็นสมุฏฐาน ถึงความตั้งอยู่แล้ว ทำโอชฐูมกรูปอื่นให้ตั้งขึ้น อีกทั้งโอชาในโอชฐูมกรูปนั้น ก็ทำโอชฐูมกรูปอื่นให้ตั้งขึ้นด้วย สืบต่อความเป็นไป ๑๐ หรือ ๑๒ วาระอย่างนี้ด้วยประการฉะนี้ ชื่อว่า รูปเป็นอุตุปัจจยอาหารสมุฏฐาน

ในสมุฏฐานทั้งหลายนั้น ฤดูนี้เป็นปัจจัยเพราะเป็นผู้ทำให้เกิดรูปที่มีฤดูเป็นสมุฏฐานทั้งหลาย เป็นปัจจัยของรูปที่เหลือ (คือรูปมีกรรม จิตและอาหารเป็นสมุฏฐาน) ทั้งหลาย โดยเป็นนิสสยปัจจัย อัตถิปัจจัยและอวิคตปัจจัย ด้วยประการฉะนี้

พึงเห็นความเกิดขึ้นของรูปเกิดจากฤดูด้วยประการดังกล่าวนี้

ความจริง โยคาวจรเมื่อเห็นซึ่งความเกิดของรูปด้วยอาการดังกล่าวมานี้ ก็ชื่อว่า กำหนดรู้รูปตามกาล (คือ ในเวลาหนึ่ง)

วิธีกำหนดรู้ความเกิดของอรูป

[๗๐๕] อนึ่ง เมื่อโยคาวจรกำหนดรู้รูปอยู่ ก็พึงเห็นความเกิดของอรูปด้วย ฉันใด แม้เมื่อโยคาวจรกำหนดรู้อรูปอยู่ ก็พึงเห็นความเกิดของอรูปไปด้วย ฉะนั้น และความเกิดของอรูปนั้น พึงเห็นโดยทางจิตตุปบาทฝ่ายโลกิยะ ๘๑ ดวงนั่นเอง เช่นตัวอย่างดังต่อไปนี้ : ความจริง ที่เรียกว่า อรูปนี้ ก็คือ จิตตุปบาท ๘๑ ประเภท เกิดขึ้นก่อนในปฏิสนธิด้วยกรรมที่ประมวลไว้ในภพก่อน แต่การเกิดของอรูปนั้น พึงทราบตามนัยดังกล่าวไว้แล้วในนิเทศแห่งปฏิจจสมุปบาทนั่นเอง

อรูป (คือ จิตตุปบาท ๘๑ ประเภท) นั่นนั่นแล เกิดขึ้นโดยภวังคจิต เริ่มมาแต่จิตอันเป็นลำดับของปฏิสนธิจิต ครั้งในที่สุดของอายุก็เกิดขึ้นโดยเป็นจุติจิต ในจิตตุปบาท

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka