visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1040 | >>

๑. การยกขึ้นจากพื้น เรียกว่า อุทธรณะ - ยก

๒. การยื่นเท้าไปข้างหน้า เรียกว่า อติหรณะ - ย่าง

๓. ครั้นเห็นตอ เห็นหนาม (หรือ) เห็นที่ชำรุด (งู) เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วก้าวเท้า (เลี่ยง) ไปข้างโน้นและข้างนี้ เรียกว่า วีติหรณะ - ย้าย

๔. การหย่อนเท้าต่ำลง เรียกว่า โวสสัชชนะ - ลง

๕. การวางเท้าลงบนพื้นดิน เรียกว่า สันนิกเขปนะ - เหยียบ

๖. การกดเท้าลงกับพื้นในเวลาจะยกเท้าอีกข้างหนึ่งขึ้น เรียกว่า สันนิรุมณะ - กด

ใน ๖ ส่วนนั้น ในการยก (เท้าขึ้น) ธาตุทั้ง ๒ คือ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ มีประมาณต่ำ อ่อน ส่วนอีก ๒ ธาตุ (คือ เตโชธาตุ วาโยธาตุ) มีประมาณมาก มีกำลัง ในการย่างเท้าและในการย้ายเท้าก็เหมือนกัน ในการหย่อนเท้าลง ธาตุ ๒ คือ เตโชธาตุ วาโยธาตุ มีประมาณต่ำ อ่อน ส่วนอีก ๒ ธาตุ (คือ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ) มีประมาณมาก มีกำลัง ในการเหยียบและกดก็เหมือนกัน

ครั้นโยคีทำ (ระยะของก้าวเท้าก้าวหนึ่ง) ให้เป็น ๖ ส่วนอย่างนี้แล้ว จึงยกพระไตรลักษณ์เข้าในรูปที่ถึงความแตกดับด้วยความเติบโตขึ้นตามวัยนั้น โดยส่วนทั้งหลาย ๖ (ของก้าวเท้าก้าวหนึ่ง) เหล่านั้น ยกขึ้นอย่างไร ? โยคีท่านนั้นพิจารณาเห็นอยู่อย่างนี้ว่า “ธาตุทั้งหลายในที่เป็นไป ในการยกเท้าขึ้นก็ดี รูปทั้งหลายโดยอาศัยธาตุนั้นก็ดี สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดยังไม่ทันถึงการย่างเท้า ก็ดับไปในการยกเท้าขึ้นนี้นั่นเอง เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดจึงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อนึ่ง สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นไปในการย่างเท้า ยังไม่ทันถึงการย้ายเท้า...ที่เป็นไปในการย้ายเท้า ยังไม่ทันถึงการหย่อนเท้าลง ... ที่เป็นไปในการหย่อนเท้าลง ยังไม่ทันถึงการเหยียบ ... ที่เป็นไปในการเหยียบ ยังไม่ทันถึงการกด ก็ดับไปในการเหยียบนั้นเอง สังขารทั้งหลายที่เกิดขึ้นแล้วในนั้นๆ (มีการยกเท้าขึ้นเป็นต้น) ยังไม่ทันถึงส่วนนอกนี้ (และ) นอกนี้ ก็ทำเสียงตุะตุตะ แตกไปเป็นปล้องๆ เป็นข้อๆ เป็นท่อนๆ ณ ที่นั้นๆ นั่นเอง เหมือนเมล็ดงาที่เขาวางลงบนแผ่นกระเบื้องอันร้อน ทำเสียงตุะตุตะ (เปรี๊ยะๆ) แตกไป ฉะนั้น เพราะฉะนั้น สังขารทั้งหลายจึงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ฉะนี้แล

การกำหนดรู้รูปของโยคีท่านนั้นผู้เห็นแจ้งสังขารทั้งหลายเป็นปล้องๆ อย่างนี้ เป็นการกำหนดรู้ที่ละเอียดอ่อน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka