visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1041 | >>

[๗๑๑] ก็แล ในความละเอียดอ่อนของการกำหนดรู้นั้นมีอุปมาดังนี้:-

อุปมาในความละเอียดอ่อนของการกำหนดรู้รูป

สมมุติว่า ชายผู้อยู่ปลายแดนคนหนึ่ง มีความเคยชินที่ทำมาแต่ในเรื่องใช้ได้ ที่ทำด้วยไม้และหญ้าเป็นต้น ไม่เคยเห็นดวงประทีป (ตะเกียง) ครั้นมาถึงนครหลวงได้เห็นดวงประทีปที่เขาจุดไว้ในย่านการค้า จึงถามบุรุษผู้หนึ่ง (คนที่ ๑) ว่า “ท่านผู้เจริญ นี้เขาเรียกว่าอะไร ?” น่าขอใจจริง” บุรุษผู้นั้นจึงบอกกะชายชาวปลายแดนผู้นั้นว่า “ชอบใจในสิ่งนี้หรือ ? นี้เขาเรียกว่าดวงประทีป ครั้นหมดน้ำมันและสิ้นไส้ แม้แต่ทางไปของมันก็จักไม่ปรากฏ (ให้เห็น)” บุรุษอีกผู้หนึ่ง (คนที่ ๒) บอกกะชายชาวปลายแดนคนนั้นว่า “การที่ดวงประทีปไม่ปรากฏ เพราะหมดน้ำมันและสิ้นไส้นี้ เป็นเรื่องหยาบ ความจริง เมื่อไส้ (ตะเกียง) นี้ถูกเผาไปๆ โดยลำดับ เปลวไฟจักดับไปในส่วนที่ ๓ (และ) ส่วนที่ ๓ ยังไม่ทันถึงส่วนนอกนี้ (และ) นอกนี้แน่แท้” บุรุษอีกผู้หนึ่ง (ที่ ๓) บอกกะเขาอย่างนี้ว่า “ถึงแม้เรื่องนี้ก็ยังหยาบเหมือนกัน เพราะว่าเปลวไฟจักดับไปในระหว่างองค์คลีกทุกองค์คี...ในระหว่างครึ่งองค์คลีกทุกครึ่งองค์คี...ในเส้นด้ายทุกเส้นด้าย...ในใยด้ายทุกใยด้ายของไส้ (ตะเกียง) นี้ ไม่ทันถึงใยด้ายนอกนี้ (และ) นอกนี้แน่แท้ แต่พ้น (ปราศจาก) ใยด้ายแล้ว ไม่สามารถทำเปลวไฟให้ปรากฏได้ ฉะนั้นแล

อุปมาอุปไมย

ในอุปมานั้น การที่โยคียกพระไตรลักษณ์เข้าในรูปซึ่งกำหนดโดย ๑๐๐ ปี ตั้งแต่การยึดถือไว้ (ปฏิสนธิ) จนถึงการปล่อยวาง (จุติ) เปรียบเหมือนความรู้ของบุรุษ (คนที่ ๑) รู้ว่า “ครั้นหมดน้ำมันและสิ้นไส้ แม้แต่ทางไปของดวงประทีก็จักไม่ปรากฏ” การที่โยคียกพระไตรลักษณ์เข้าในรูปที่ถึงความแตกดับด้วยการเติบโตขึ้นตามวัย ซึ่งจำแนก ๑๐๐ ปีออกเป็นส่วนที่ ๓ และที่ ๓ (๓ ส่วนๆ) เปรียบเหมือนความรู้ของบุรุษ (คนที่ ๒) รู้ว่า “เปลวไฟจักดับไปในส่วนที่ ๓ (และ) ส่วนที่ ๓ ยังไม่ทันถึงส่วนนอกนี้ (และ) นอกนี้” การที่โยคียกพระไตรลักษณ์เข้าในรูปซึ่งจำแนกโดยช่วงละ ๑๐ ปี ๕ ปี ๔ ปี ๓ ปี ๒ ปี และ ๑ ปี เปรียบเหมือนความรู้ของบุรุษ (คนที่ ๓) รู้ว่า “เปลวไฟจักดับไปในระหว่างครึ่งองค์คลีกทุกครึ่งองค์คีๆ ไม่ทันถึงครึ่งองค์คีนอกนี้ (และ) นอกนี้แน่แท้” การที่โยคียกพระไตรลักษณ์เข้าในรูปซึ่งจำแนกโดยข้างแรมและข้างขึ้น และโดยกลางคืนและกลางวัน และทำคืนและวันหนึ่งเป็น ๖ ส่วนแล้วกำหนดจำแนกโดยเวลามีตอนเช้าเป็นต้น เปรียบเหมือนความรู้ของบุรุษ (ที่รู้) ว่า “เปลวไฟจักดับไปในเส้นด้ายทุกเส้นด้าย ไม่ทันถึงเส้นด้ายนอกนี้ (และ) นอกนี้เป็นแน่” การที่โยคียกพระไตรลักษณ์เข้าในรูปซึ่งจำแนกโดยอาการมีการเดินไปข้างหน้าเป็นต้น และโดยส่วนหนึ่งๆ ในระยะของก้าวเท้าก้าวหนึ่งมีการยกเท้าขึ้นเป็นต้น เปรียบเหมือนความรู้ของบุรุษ (ที่รู้) ว่า “เปลวไฟจักดับไปในใยด้ายทุกใยด้าย ไม่ทันถึงใยด้ายนอกนี้ (และ) นอกนี้แน่แท้” ฉะนี้แล

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka