visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1044 | >>

ยกพระไตรลักษณ์เข้าในรูปมีจิตเป็นสมุฏฐาน

[๗๑๕] รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นรูปปรากฏชัดด้วยความมีโสมนัสและโทมนัส เป็นความจริง รูปที่เกิดขึ้นในเวลามีโสมนัส เป็นรูปละเอียดอ่อน นุ่มนวล เปล่งปลั่ง น่าแตะต้อง รูปที่เกิดขึ้นในเวลามีโทมนัสเป็นรูปซีดเซีย่ว อิดโรย ผิวพรรณหม่นหมอง ครั้นโยคีนั้นกำหนดรู้รูปมีจิตเป็นสมุฏฐานนั้นแล้ว จึงยกพระไตรลักษณ์เข้าในรูปนั้นอย่างนี้ว่า “รูปที่เป็นไปในเวลามีโสมนัส ยังไม่ทันถึงเวลามีโทมนัส ก็ดับเสียในเวลามีโสมนัสนั้นนั่นแล รูปที่เป็นไปในเวลามีโทมนัส ยังไม่ทันถึงเวลามีโสมนัสดับเสียในเวลามีโทมนัสนี้นั่นแล เพราะฉะนั้น แม้รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐานนั้นก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ดังนี้

เมื่อโยคีนั้นกำหนดรู้รูปมีจิตเป็นสมุฏฐาน แล้ว ยกพระไตรลักษณ์เข้าในรูปนั้นอยู่อย่างนี้ ความก็ปรากฏชัด ดังต่อไปนี้

ชีวิตํ อตฺตภาโว จ สุขทุกฺขา จ เกวลา

เอกจิตฺตสมายุตฺตา ลหุโส วตุตฺเต ขโล.

แปลความว่า

ชีวิต อัตภาพ สุขและทุกข์ แต่ละอย่าง ประกอบร่วมอยู่กับจิตดวงหนึ่งๆ ขณะ (ของจิตดวงหนึ่งๆ) ผ่านไปรวดเร็ว

จุลลาสีติสหสฺสานิ กปฺปา ติฏฺฐนฺติ เย มรุ

น เตวา เตปิ ติฏฺฐนฺติ ทฺวีหิ จิตฺเตหิ โสมหิตา.

แปลความว่า

เทวดาทั้งหลายเหล่าใดตั้งอยู่ตลอด ๘๔,๐๐๐ กัปป์ แม้เทวดาทั้งหลายเหล่านั้นก็ตั้งอยู่ด้วยจิต ๒ ดวง ซึ่งตั้งอยู่พร้อมกันไม่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka