visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1049 | >>

ด้วยการเติบโตขึ้นตามวัย ๑ รูปเกิดขึ้นด้วยอาหาร ๑ รูปเกิดขึ้นด้วยอุตุ ๑ รูปเกิดจากกรรม ๑ รูปมีจิตเป็นสมุฏฐาน ๑ รูปธรรมดา ๑ ว่า “ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา” แล้วกำหนดรู้จิตแม่ดวงนั้นเองด้วยจิตอีกดวงหนึ่งว่า “(แม่จิตดวงนั้น) ก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา”

พระภิกษุนั้นชื่อว่า กำหนดรู้ (นามธรรมและรูปธรรม) โดยความเป็นคู่กัน ด้วยอาการดังกล่าวนี้

[๗๑๙] คำว่า “โดยความเป็นไปโดยขณะ (จิต)” ความว่า พระภิกษุในพระศาสนานี้กำหนดรู้รูประหว่างความยึดถือไว้และความปล่อยวางว่า “เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” แล้วกำหนดรู้จิตดวงที่ ๑ นั้น ด้วยจิตดวงที่ ๒ ว่า “เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” กำหนดรู้จิตดวงที่ ๒ ด้วยจิตดวงที่ ๓ ... กำหนดรู้จิตดวงที่ ๓ ด้วยจิตดวงที่ ๔ ... กำหนดรู้จิตดวงที่ ๔ ด้วยจิตดวงที่ ๕ ว่า “แม่จิตดวงที่ ๔ นี้ ก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ดังนี้

พระภิกษุกำหนดรู้รูปที่ถึงความแตกดับด้วยความเติบโตขึ้นตามวัย ๑ รูปเกิดด้วยอาหาร ๑ รูปเกิดด้วยอุตุ ๑ รูปเกิดจากกรรม ๑ รูปมีจิตเป็นสมุฏฐาน ๑ รูปธรรมดา ๑ ว่า “ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา” ดังนี้แล้ว ควรกำหนดรู้จิตดวง ที่ ๑ นั้นด้วยจิตดวงที่ ๒ กำหนดรู้จิตดวงที่ ๒ ด้วยจิตดวงที่ ๓ กำหนดรู้จิตดวงที่ ๓ ด้วยจิตดวงที่ ๔ กำหนดรู้จิตดวงที่ ๔ ด้วยจิตดวงที่ ๕ ว่า “แม่จิตดวงนั้นแต่ละดวงก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา” ดังนี้

พระภิกษุเมื่อกำหนดรู้จิตทีละ ๔ ดวง เริ่มต้นตั้งแต่จิตที่กำหนดรู้รูป (ก่อน) อย่างนี้ ชื่อว่า กำหนดรู้โดยความเป็นไปโดยขณะ (จิต)

[๗๒๐] คำว่า “โดยลำดับ” ความว่า พระภิกษุกำหนดรู้รูประหว่างความยึดถือไว้และความปล่อยวางว่า “ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา” ดังนี้ แล้วกำหนดรู้จิตดวงที่ ๑ ด้วยจิตดวงที่ ๒ ... กำหนดรู้จิตดวงที่ ๒ ด้วยจิตดวงที่ ๓ ... กำหนดรู้จิตดวงที่ ๓ ด้วยจิตดวงที่ ๔ ... ขลฯ กำหนดรู้จิตดวงที่ ๑๐ ด้วยจิตดวงที่ ๑๑ ว่า “แม่จิตดวงนี้ก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา” ดังนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka