visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1056 | >>

ที่เรียกว่าไปสู่คำใหญ่และทิศน้อยไม่ แม้นามและรูปที่ดับไปแล้ว ก็หามีสถานที่ตั้งโดยเป็นกอง โดยเป็นที่เก็บไว้ โดยเป็นที่ฝังไว้ ในสถานที่แห่งหนึ่ง มิได้ เปรียบเหมือนพิณเมื่อบรรเลงอยู่ ก่อนแต่การบังเกิดขึ้นของเสียงที่บังเกิดขึ้นแล้ว หามีที่เก็บ (เสียง) ไว้ (ก่อน) ไม่ เสียงที่กำลังบังเกิดขึ้น ก็มิได้มาจากที่เก็บ(เสียง)ไว้ เมื่อเสียงดับไป ก็มีได้มีการไปสู่ที่ใหญ่และทิศน้อย เสียงที่ดับไปแล้วก็มิได้เก็บไปตั้งอยู่ ณ ที่ไหนๆ เสียง(พิณ) นั้นไม่มี (อยู่ก่อน) เกิดมีขึ้นเพราะอาศัยพิณ และการบรรเลงพิณ และความพยายามอันควรแก่การบรรเลงนั้นของบุรุษโดยแท้แล ครั้น (เสียงของพิณนั้น) มีแล้ว ก็กกลับหายไป ฉันใด ธรรมทั้งหลายทั้งที่มีรูปและที่ไม่มีรูปแม้ทั้งปวง ไม่มี ก็มีขึ้น มีแล้ว ก็กลับดับไป ฉันนั้น ดังนี้

๔๐ ลักษณะของการเกิดและดับของขันธ์ ๕

[๗๒๔] โยคีนั้นครั้นทำมนสิการความเกิดและความดับโดยสังเขปอย่างนี้แล้ว จึงทำมนสิการโดยพิสดารทางปัจจัยและทางขณะต่อไปอีกว่า “ความเกิดขึ้นของรูปแม้ด้วยอาการอย่างนี้ ความดับไปของรูปแม้ด้วยอาการอย่างนี้ รูปเกิดขึ้นแม้ด้วยอาการอย่างนี้ รูปดับไปแม้ด้วยอาการอย่างนี้” (เป็นต้น) ด้วยสามารถแห่งลักษณะ ๔๐ ซึ่งท่านกล่าวไว้ในวังคีแห่งอุทยัพยญาณนี้นั่นเอง เพราะทำ (จำแนก) ให้เป็นขันธ์ละ ๑๐ โดยการเห็นความเกิดขึ้นและความดับไปของขันธ์หนึ่งๆ (แต่ละขันธ์) อย่างนี้

๕ ลักษณะแห่งความเกิดขึ้นของรูปขันธ์

“พระภิกษุเห็นความเกิดขึ้นของรูปขันธ์โดยความหมายว่าเกิดขึ้นเพราะปัจจัย คือ อวิชชาสมุทยา รูปสมุทโย - เพราะอวิชชาเกิดขึ้น รูปจึงเกิดขึ้น ๑

“เห็นความเกิดขึ้นของรูปขันธ์ โดยความหมายว่าเกิดขึ้นเพราะปัจจัย คือ ตณหาสมุทยา ... กมฺมสมุทยา ... อาหารสมุทยา รูปสมุทโย - เพราะตัณหาเกิดขึ้น รูปจึงเกิดขึ้น ๑ เพราะกรรมเกิดขึ้น รูปจึงเกิดขึ้น ๑ เพราะอาหารเกิดขึ้น รูปจึงเกิดขึ้น ๑ ทั้งเมื่อเห็นลักษณะแห่งความเกิด ก็เห็นความเกิดขึ้นของรูปขันธ์ด้วย ๑ เมื่อเห็นความเกิดขึ้นของรูปขันธ์ ก็เห็นอยู่ ๕ ลักษณะเหล่านี้”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka