visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1058 | >>

นามรูปสมุทยา ... นามรูปนิโรธา ... เพราะนามและรูปเกิดขึ้น ... เพราะนามและรูปดับไป ...” ดังนี้

[๗๒๕] เมื่อโยคีนั้นมนสิการอยู่อย่างนี้ ญาณ (คือความรู้) ว่า “ทราบว่า ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ไม่มี แล้วจึงมีขึ้น มีแล้ว กลับดับไป ด้วยประการฉะนี้” ก็ปรากฏแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น

เมื่อโยคีนั้นเห็นความเกิดและความดับโดย ๒ ทาง คือ โดยปัจจัย ๑ และโดยขณะ ๑ อยู่อย่างนี้ ความแตกต่างกันของสัจจจะ ของปฏิจจสมุปบาท ของนัย และของลักษณะ ก็ปรากฏชัด

เห็นโดยปัจจัยและโดยขณะ

[๗๒๖] เพราะว่าการที่โยคีนั้นเห็นความเกิดขึ้นของขันธ์ทั้งหลายเพราะมีปัจจัย คืออวิชชาเป็นต้นเกิดขึ้น และเห็นความดับของขันธ์ทั้งหลายเพราะมีปัจจัยคืออวิชชาเป็นต้นดับไป นี้เป็นการเห็นความเกิดและความดับโดยปัจจัยของโยคีนั้น แต่ว่าการที่โยคีเห็นอยู่ซึ่งลักษณะแห่งความเกิดและลักษณะแห่งความแปรผัน ก็เห็นความเกิดและความดับของขันธ์ทั้งหลาย นี้เป็นการเห็นความเกิดและความดับโดยขณะของโยคีนั้น เพราะว่าลักษณะแห่งความเกิด (นิมิตต์ตลักษณะ) ก็มีเฉพาะในขณะเกิดขึ้นเท่านั้น และลักษณะแห่งความแปรผันก็มีเฉพาะในขณะแตกดับ (ภังคขณะ) เท่านั้น

[๗๒๗] เพราะเหตุนี้ เมื่อโยคีนั้นเห็นความเกิดขึ้นและความดับไปโดย ๒ ทาง คือ โดยปัจจัย ๑ และโดยขณะ ๑ อยู่อย่างนี้ สมุทยสัจจะก็ปรากฏชัดด้วยการเห็นความเกิดขึ้นโดยปัจจัยเพราะรู้ลงไปถึงปัจจัยผู้ให้เกิด ทุกขสัจจะก็ปรากฏชัดด้วยการเห็นความเกิดขึ้นโดยขณะเพราะรู้ลงไปถึงว่าความเกิดเป็นทุกข์ นิโรธสัจจะก็ปรากฏชัดด้วยการเห็นความดับโดยปัจจัยเพราะรู้ลงไปถึงความไม่เกิดขึ้นของธรรมทั้งหลายที่มีปัจจัย เพราะความไม่เกิดขึ้นของปัจจัย ทุกขสัจจะอีกนั่นแหละปรากฏชัดด้วยการเห็นความดับไปโดยขณะเพราะรู้ลงไปถึงว่าความตายเป็นทุกข์ และการเห็นความเกิดขึ้นและความดับไป (โดยปัจจัยและโดยขณะ) ใดของโยคีนั้น นี้เป็นมรรคฝ่ายโลกิยะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka