visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1059 | >>

เพราะเหตุนี้ มัคคสัจจจึงปรากฏชัดเพราะกำจัดเสียได้ซึ่งความฟั่นเฝือในความเกิดขึ้นและความดับไปนั้น

[๗๒๘] อนึ่ง ปฏิจจสมุปบาทฝ่ายอนุโลมก็ปรากฏชัดแก่โยคีนั้นด้วยการเห็นความเกิดขึ้นโดยปัจจัยเพราะรู้ลงไปถึงว่า “อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ - เมื่อสิ่งนี้มีอยู่ สิ่งนี้จึงมี” ดังนี้๑ ปฏิจจสมุปบาทฝ่ายปฏิโลมก็ปรากฏชัด ด้วยการเห็นความดับไปโดยปัจจัยเพราะรู้ลงไปถึงว่า “อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ - เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้จึงดับ” ดังนี้๒ แต่ว่าธรรมทั้งหลายที่อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น (ปฏิจจสมุปปันนธรรม) เป็นธรรมปรากฏชัดด้วยการเห็นความเกิดขึ้นและความดับไปโดยขณะ เพราะรู้ลงไปถึงสังขตลักษณะว่า “เพราะธรรมที่ปัจจัยปรุงแต่งทั้งหลายมีความเกิดและความดับ และธรรมที่ปัจจัยปรุงแต่งทั้งหลายเหล่านั้น เป็นธรรมที่อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น” ดังนี้

[๗๒๙] อนึ่ง เอกัตตนัย (นัยแห่งความเป็นธรรมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน) ก็ปรากฏชัดแก่โยคีนั้น ด้วยการเห็นความเกิดขึ้นโดยปัจจัย เพราะรู้ลงไปถึงความไม่ขาดสายของความสืบต่อ ด้วยความสัมพันธ์ของเหตุและผล ในขณะนั้น โยคีก็ละ อุจเฉททิฏฐิได้ดียิ่งขึ้น นานัตตนัย (นัยแห่งความเป็นธรรมต่างๆ กัน) ก็ปรากฏชัดด้วยการเห็นความเกิดขึ้นโดยขณะ เพราะรู้ลงไปถึงความเกิดขึ้นของสังขารใหม่ๆ ในขณะนั้น โยคีก็ละสัสสตทิฏฐิได้ดียิ่งขึ้น และ อัพยาปารนัย (นัยแห่งความไม่ขวนขวาย) ก็ปรากฏชัดแก่โยคีนั้น ด้วยการเห็นความเกิดขึ้นและความดับไปโดยปัจจัย เพราะรู้ลงไปถึงความที่ธรรมทั้งหลายไม่เป็นไปในอำนาจ ในขณะนั้น โยคีก็ละอัตตทิฏฐิ (ความเห็นว่ามีอัตตา) ได้ดียิ่งขึ้น และ เอวังธัมมตานัย (นัยแห่งความเป็นธรรมดาของธรรมทั้งหลายอย่างนั้นเอง) ก็ปรากฏชัด ด้วยการเห็นความเกิดขึ้นโดยปัจจัย เพราะรู้ลงไปถึงความเกิดขึ้นของผลโดยสมควรแก่ปัจจัย ในขณะนั้น โยคีก็ละอกิริยทิฏฐิ (ความเห็นว่ากรรมที่กระทำไปไม่เป็นกรรม) ได้ดียิ่งขึ้น

[๗๓๐] อนึ่ง อนัตตลักษณะก็ปรากฏชัดแก่โยคีนั้น ด้วยการเห็นความเกิดขึ้นโดยปัจจัย เพราะรู้ลงไปถึงความที่ธรรมทั้งหลายเป็นไปต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยโดยปราศจากการกระทำ อนิจจลักษณะก็ปรากฏชัด ด้วยการเห็นความเกิดขึ้นและความดับไป

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka