ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
๑. อนิจจะ ความไม่เที่ยง
๒. อนิจจลักษณะ ลักษณะของความไม่เที่ยง
๓. ทุกขะ ความเป็นทุกข์
๔. ทุกขลักษณะ ลักษณะของความเป็นทุกข์
๕. อนัตตา ความไม่มีอัตตา
๖. อนัตตลักษณะ ลักษณะของความไม่มีอัตตา
ในวิภาคนั้น
๑. ขันธ์ ๕ ชื่อว่า อนิจจะ (ถาม) เพราะเหตุไร ? (ตอบ) เพราะเกิดขึ้น ดับไป และมีความเป็นอย่างอื่น หรือว่า เพราะมีแล้วหามิไม่ (ได้แก่ เพราะเกิดแล้วดับไป)
๒. ความเกิดขึ้น ดับไป และความเป็นอย่างอื่น เป็น อนิจจลักษณะ หรือว่า อาการและพิการ กล่าวคือ ความมีแล้วหามีไม่ (เกิดแล้วดับไป) เป็น อนิจจลักษณะ
๓. แต่ขันธ์ ๕ นั่นนั่นแหละเป็น ทุกขะ เพราะมีพระพุทธดำรัสอยู่ว่า “ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ - สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์” เพราะเหตุไร ? เพราะเบียดเบียนเฉพาะหน้าเนืองๆ
๔. อาการเบียดเบียนเฉพาะหน้าเนืองๆ เป็น ทุกขลักษณะ
๕. และขันธ์ ๕ นั่นนั่นเอง ชื่อว่าเป็น อนัตตา เพราะมีพระพุทธดำรัสอยู่ว่า “ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา - สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา” เพราะเหตุไร ? เพราะไม่เป็นไปในอำนาจ
๖. อาการไม่เป็นไปในอำนาจ เป็น อนัตตลักษณะ
โยคาวจรนี้กำหนดรู้วิภาคนี้นั้นอยู่แม้ทั้งหมด ด้วยอุทยัพยญาณ (อย่างแก่) ที่ท่านเรียกว่า วิปัสสนาซึ่งพ้นไปแล้วจากอุปกิเลส ดำเนินไปตามวิถี โดยหน้าที่ของตนตามเป็นจริง
จบ อุทยัพยานุปัสสนาญาณ
๑ ดูเทียบ สํ. ข. (ไทย) ๑๗/๑๕/๒๙