visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1077 | >>

อำนาจญาณโดยลำดับ เหมือนกันฉันนั้น อธิบายว่า มนสิการโดยความดับอย่างเดียว คือว่าเห็นแต่ความดับอย่างเดียวของสังขารนั้น ไม่เห็นความเกิด เมื่อโยคาวจรผู้นั้นปฏิบัติถึงอยู่อย่างนี้แล้ว ก็สลัดทิ้งไป ไม่ยึดถือไว้

(ถามว่า) คำที่กล่าวมานั้น หมายความอย่างไร ?

(ตอบว่า) อนุปัสสนา (คือความเห็นเนืองๆ) มี อนิจจานุปัสสนา (คือความเห็นเนืองๆ โดยความไม่เที่ยง) เป็นต้น แม้นี้ ท่านเรียกไว้ (๒ อย่างคือ) ว่า “ปริจจาคปฏินิสฺสคฺโค - การสลัดทิ้งไปด้วยการสละ” เพราะสละกิเลสทั้งหลายพร้อมทั้งขันธ์ และอกุสังขารทั้งหลายด้วยตทังคปหาน (ละชั่วคราว) อย่าง ๑ เรียกว่า “ปกฺขุนนปฏินิสฺสคฺโค - การสลัดทิ้งไปด้วยการแล่นเข้าไป” เพราะแล่นเข้าไปในพระนิพพานอันตรงข้ามกันสังขตธรรมนั้น โดยความน้อมไปในพระนิพพานนั้น ด้วยการเห็นโทษของสังขตธรรมอย่าง ๑ เพราะฉะนั้น พระภิกษุผู้ประกอบด้วยอนุปัสสนามีอนิจจานุปัสสนาเป็นต้นนั้น จึงสละกิเลสทั้งหลายได้ด้วย และแล่นเข้าไปในพระนิพพานด้วย โดยนัยดังกล่าวแล้ว อีกทั้งไม่ยึดถือกิเลสทั้งหลายไว้ด้วย การทำให้เกิด ไม่ยึดถืออารมณ์แห่งสังขตธรรม ด้วยความเป็นผู้ไม่เห็นโทษ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “สลัดทิ้งไป ไม่ยึดถือไว้”

[๗๘๓] ณ บัดนี้ เพื่อจะแสดงการละธรรมทั้งหลายที่เหลือ ซึ่งละได้ด้วยญาณทั้งหลายของพระภิกษุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ว่า “เมื่อเห็นเนืองๆ โดยความไม่เที่ยง ก็ละนิจจสัญญาเสียได้” ดังนี้เป็นต้น คำว่า “นนฺทิ - ความเพลิดเพลินยินดี” ในพระบาลีนั้น ได้แก่ ตัณหาประกอบด้วยปีติ คำนอกนั้นมีนัยดังกล่าวมาแล้วนั้นแล

[๗๘๔] ส่วนในคาถา (บาลี) ทั้งหลาย คำว่า “การย้ายไปสู่วัตถุที่ตั้ง” หมายความว่า เห็นความดับของรูปแล้ว ความดับ (นั้น) เห็นด้วยจิตดวงใด ย้ายไปสู่วัตถุที่ตั้งอื่นจากวัตถุที่ตั้งเดิม ด้วยการเห็นความดับของจิตแม้ดวงนั้นต่อไปอีก คำว่า “คงที่อยู่ในสัญญา” หมายความว่า ละความเกิดเสีย และตั้งแน่วแน่อยู่แต่ในความดับ คำว่า “มีกำลังเข้มแข็งในการภังคิกิคิด” หมายความว่า มีความสามารถในความภังคิกคิดติดต่อกันไปไม่มีหยุดคั่นเลย เพื่อเห็นความดับของรูปแล้ว จะได้เห็นความดับของจิต ซึ่งมีความดับ (ของรูปนั้น) เป็นอารมณ์ต่อไปอีก คำว่า “ปฏิสังขาวิปัสสนา” หมายความว่า การกำหนดรู้อารมณ์ (ดังกล่าว) นี้ ชื่อว่า ภังคานุปัสสนา

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka