visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1078 | >>

[๗๘๕] คำว่า “การกำหนดรู้อารมณ์ทั้งสองโดยสภาวะอันเดียวกันโดยดำเนินไปตามอารมณ์นั้นแล” อธิบายว่า กำหนดรู้อารมณ์ทั้งสองโดยสภาวะอย่างเดียวกันนั่นแล อย่างนี้ว่า “สังขาร (ในปัจจุบัน) นี้ แตกดับอยู่ ฉันใด สังขารแม้ในอดีต ก็แตกดับไปแล้ว สังขารแม้ในอนาคต ก็จักแตกดับไปฉันนั้น” ดังนี้ โดยการดำเนินไป คือ โดยลำดับของอารมณ์ที่ตนเห็นแล้วโดยประจักษ์ เรื่องนี้ แม้ท่านพระโบราณาจารย์ทั้งหลายก็กกล่าวไว้แล้วว่า:-

สีวชฺฌามนฺมุขิ วิสุทฺธุปสฺสิโน
ตตฺถนุยฺย เนติ อตีตนาคเต
สุขุเพปี สงฺขารคตา ปโลกิโน
อสุสาวพินฺทุ สูริเยว อุคฺคเต.

แปลความว่า

พระภิกษุผู้มีทัศนะบริสุทธิ์ในสังขารซึ่งมีอยู่ในปัจจุบัน ผู้นี้ นำเอาทัศนะอันบริสุทธิ์นั้นแลไปในสังขาร ซึ่งเป็นอดีตและอนาคตด้วย สังขารทั้งหลายแม้ทั่วทั้งปวงมีปกติแตกสลายไป เหมือนหยดน้ำค้าง เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นมาก็สลายไป ฉะนั้น

คำว่า “ความน้อมจิตไปในนิโรธ” หมายความว่า ทำการกำหนดรู้อารมณ์ทั้งสองโดยสภาวะอย่างเดียวกัน ด้วยความดับอย่างนั้นแล้ว น้อมจิตไปในนิโรธ กล่าวคือความดับนั้นแต่อย่างเดียว อธิบายว่า ความเป็นผู้นักไปในความดับนั้น - น้อมไปในความดับนั้น - โน้มเอียงไปในความดับนั้น คำว่า “วยลักขณวิปัสสนา” ท่านกล่าวว่า การกำหนดรู้ (ดังกล่าว) นี้ ชื่อว่า วยลักขณวิปัสสนา (คือความเห็นแจ้งลักษณะของความดับ)

[๗๘๖] คำว่า “กำหนดรู้อารมณ์ ๑” หมายความว่า รู้อารมณ์มีรูปเป็นต้นที่มีอยู่ก่อน ๑ คำว่า “เห็นเนืองๆ ซึ่งความดับ ๑” หมายความว่า เห็นความดับของอารมณ์นั้นแล้ว ยังเห็นเนืองๆ ซึ่งความดับของจิตซึ่งมีความดับนั้นเป็นอารมณ์ด้วย คำว่า “ความปรากฏโดยความว่างเปล่า ๑” หมายความว่า เมื่อโยคาวจรนั้นเห็นอยู่เนืองๆ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka