visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1095 | >>

เขานึกอยู่ว่า “ข้าได้ปลาตัวใหญ่จริงๆ” จึงยกขึ้นมาดู พอเห็นสวัสดิกะ (ดอกจัน) ๓ อัน ก็รู้ได้ว่าเป็นงู จึงกลัว เห็นโทษร้าย ทำใจในการจับ (งู) ไว้ ปรารถนาเพื่อที่จะพ้นไป จึงทำอุบายเพื่อพ้นไป (จากงู) และปลดมือออก (จากงู) ตั้งแต่ปลายหาง แล้ว ยกแขนขึ้นแกว่ง (งู) เหนือศีรษะ ๒-๓ รอบ ทำให้งูเปลี้ย แล้วเหวี่ยง (งู) ไปด้วยคำว่า “ไป ! เจ้าร้าย” แล้วรีบขึ้นขอบหนอง ยืนมองดูทางที่ตนมา โดยรำพึงอยู่ว่า “เอาละ เป็นอันว่าเรารอดพ้นจากปากของเจ้าใหญ่มาได้แล้ว”

ในอุปมานั้น กาลเวลาที่โยคีแม้นี้ได้อัตภาพ (เกิดเป็นมนุษย์) แล้ว ยินดีพอใจมาตั้งแต่แรก (รู้ความ) นั่นเลย เปรียบเหมือนเวลาที่บุรุษผู้นั้นจับงูที่คอมั่นไว้แล้ว ดีใจว่าเป็นปลา การที่โยคีผู้นี้ทำการย่อยความเป็นก้อน (ของสังขาร) ออกไป แล้วเห็นพระไตรลักษณ์ในสังขารทั้งหลาย เปรียบความเหมือนการที่บุรุษผู้นั้นนำเอาหัว (งู) ออกมาจากปากสุ่ม แล้วเห็นสวัสดิกะ ๓ อัน ภยตูปัฏฐานญาณ (ญาณกำหนดรู้ในความปรากฏโดยความเป็นที่น่ากลัว) ของโยคีท่านนี้ เปรียบเหมือนการที่บุรุษผู้นั้นกลัว (งู) อาทีนวานุปัสสนาญาณ (ญาณกำหนดรู้โดยการเห็นเนืองๆ ซึ่งโทษร้าย) เปรียบเหมือนการเห็นโทษร้ายจากการจับงูนั้น นิพพิทานุปัสสนาญาณ (ญาณกำหนดรู้โดยการเห็นเนืองๆ ด้วยความเบื่อหน่าย) เปรียบความทำใจในการจับ (งู) ไว้ มุญจิตุกัมยตาญาณ (ญาณกำหนดรู้ด้วยความปรารถนาที่จะพ้นไป) เปรียบเหมือนความมุ่งหมายที่จะพ้นงู การยกพระไตรลักษณ์เข้าในสังขารทั้งหลายด้วยปฏิสังขานุปัสสนาญาณ เปรียบเหมือนการทำอุบายแห่งการพ้นไป (จากงู)

ความจริง บุรุษผู้นั้นแกว่งทำให้งูเปลี้ย ทำให้งูไม่สามารถวกมากัดได้ แล้วปล่อยมันไป เป็นการปล่อยอย่างดี ฉันใด โยคาวจรท่านนี้ก็ฉันนั้น เฆี่ยนกำหนดสังขารทั้งหลายด้วยการยกขึ้นสู่พระไตรลักษณ์ ทำให้ทุกสภาพ ทำให้ถึงความไม่สามารถปรากฏโดยอาการเที่ยงเป็นสุข เป็นของงดงาม และเป็นอัตตาได้อีกต่อไป ชื่อว่าพ้นไป เป็นการพ้นไปอย่างดี เพราะฉะนั้น จึงกล่าวไว้ (ข้างต้น) ว่า “กำหนดรู้อยู่อย่างนั้น เพื่อให้บรรลุถึงอุบายแห่งการพ้นไป”

[๗๙๙] เป็นอันว่า ปฏิสังขาญาณ เกิดขึ้นแล้วแก่โยคาวจรท่านนั้น ด้วยการกำหนดเพียงเท่านี้ ซึ่งเป็นญาณที่ท่านกล่าวระบุถึงไว้ (ในปฏิสัมภิทามรรค) ว่า:-

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka