ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
(ถามว่า) “เมื่อพระภิกษุมนสิการโดยความไม่เที่ยง ญาณกำหนดรู้ทบทวน (ปฏิสังขาญาณ) อะไรเกิดขึ้น ? เมื่อมนสิการโดยความเป็นทุกข์... เมื่อมนสิการโดยความเป็นอนัตตา ญาณกำหนดรู้ทบทวนอะไรเกิดขึ้น”
(ตอบว่า) “เมื่อพระภิกษุมนสิการโดยความไม่เที่ยง ญาณกำหนดทบทวนซึ่งนิมิตเกิดขึ้น เมื่อมนสิการโดยความเป็นทุกข์ ญาณกำหนดรู้ทบทวนความเป็นไป (ของสังขารทั้งหลาย)เกิดขึ้น เมื่อมนสิการโดยความเป็นอนัตตา ญาณกำหนดรู้ทบทวนทั้งนิมิตและความเป็นไปเกิดขึ้น” ดังนี้ ๑
และคำว่า “กำหนดรู้ทบทวนซึ่งนิมิต” ในพระบาลีนั้น หมายความว่า รู้นิมิตคือสังขาร โดยอนิจจลักษณะว่า “ไม่ยั่งยืน เป็นไปชั่วคราว” ก็แลเป็นความจริงว่า รู้ก่อนแล้ว ญาณเกิดขึ้นภายหลัง ถึงกระนั้น ท่านก็กกล่าวอย่างนั้น ด้วยโวหาร ดูดังกำว่า “อาคยใจและธรรมารมณ์ มโนวิญญาณเกิดขึ้น”๒ ดังนี้เป็นต้น อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้อย่างนั้น เพราะทำคำหน้า (ปฏิสงฺขา - รู้ทบทวน) และคำหลัง (อุปปชฺชติ - เกิดขึ้น) ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยเอกัตตนัย ถึงแม้นอีก ๒ บท ก็พึงทราบความหมายโดยนัยนี้ ด้วยประการฉะนี้
จบ ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ
สุญญตานุปัสสนา การเห็นเนืองๆ โดยความว่างเปล่ามีเงื่อน ๒
[๘๐๐] โยคาวจรนั้นครั้นกำหนดรู้ว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นของว่างเปล่า” ด้วยปฏิสังขานุปัสสนา ดังกล่าวมาแล้วนั้น จึงกำหนดสุญญตา (ความว่างเปล่า) มีเงื่อน ๒ ต่อไป อีกว่า “สังขารนี้ ว่างเปล่าจากอัตตา ๑ หรือ ว่างเปล่าจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา ๑”๓
๑ ดูเทียบ ขุ. ป. (ไทย) ๓๑/๒๒๗/๓๓๘
๒ ดูเทียบ ม. อุ. (ไทย) ๑๔/๒๓๒/๔๗๑
๓ ดูเทียบ ม. อุ. (ไทย) ๑๔/๑๘๙/๓๙๕