visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1128 | >>

[๖๖๔] ก็แล อนุโลมญาณ นี้ เป็นญาณสุดท้ายของวุฏฐานคามินีวิปัสสนา ซึ่งมีสังขารเป็นอารมณ์ แต่ทว่า โคตรภูญาณ เป็นปริโยสานของวุฏฐานคามินีวิปัสสนาทั้งหมด โดยประการทั้งปวง

วุฏฐานคามินีวิปัสสนา ในชื่ออื่น

เพื่อไม่หลงสับสนใน วุฏฐานคามินีวิปัสสนา (ที่กล่าวมา) นั่นนั่นแล ณ บัดนี้ ควรทราบการเปรียบเทียบทางพระสูตรไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อนี้เป็นอย่างไร ? คือว่า วุฏฐานคามินีวิปัสสนา นี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

๑. ตรัสเรียกไว้ใน สหยตนวังคสูตร ว่า “อดัมมยตา ความไม่มืดมิดหาเกิดขึ้นจากโลกียสังขาร” ด้วยพระดำรัสอย่างนี้ว่า “อดมฺมยตํ ภิกฺขเว นิสฺสาย อดมฺมยตํ อาคมมฺ, ยาย อุปปฺภุคา เอกุตตา เอกุตติสตา, ตํ ปชหถ ตํ สมติกฺกมถ” แปลว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอาศัย อดัมมยตา (หมายถึง วุฏฐานคามินีวิปัสสนา) มาถึง อดัมมยตา แล้ว จงละอุปภุคาซึ่งมีความเป็นสภาวะเดียว อาศัยความมีอารมณ์เดียวนี้นั่นเสีย จงก้าวข้ามอุปภุคาซึ่งมีความเป็นสภาวะเดียว อาศัยความมีอารมณ์เดียวนั้นไปเสีย” ดังนี้

๒. ตรัสเรียกไว้ใน อลคัททูปมสูตร ว่า “นิพพิทา” ด้วยพระดำรัสอย่างนี้ว่า “นิพฺพินฺนํ กิญฺจติ, วิราคา วิมุจฺจติ” แปลว่า “เมื่อเบื่อหน่าย ก็คลายกำหนัด เพราะปราศจากกำหนัด ก็หลุดพ้นไป” ดังนี้

๓. ตรัสเรียกไว้ใน สุภิสสูตร ว่า “ธัมมฐิติญาณ” ด้วยพระดำรัสอย่างนี้ว่า “ปุพฺเพ โข สุธึ ธมฺมฐิติญาณํ, ปจฺฉา นิพฺพาเน ญาณํ” แปลว่า “สุภิสะ ธัมมฐิติญาณ เกิดก่อนแล ญาณในพระนิพพานเกิดในภายหลัง” ดังนี้

๑ ดูเทียบ ม. อุ. (ไทย) ๑๔/๓๑๐/๓๗๗

๒ ดูเทียบ ม. มู. (ไทย) ๑๒/๒๘๕/๒๖๒ และดูหน้าข้างต้นในเล่มนี้

๓ ดูเทียบ สํ. นิ. (ไทย) ๑๖/๖๗/๑๘๑ และดูหน้าข้างต้นในเล่มนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka