visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1142 | >>

เหล่านี้ ชื่อว่า โพธิปักขิยะ เพราะอยู่ในฝ่ายของ อริยมรรค ซึ่งได้มาว่า “โพธิ” โดยความหมายว่า การตรัสรู้ คำว่า “เพราะอยู่ในฝ่าย” หมายความว่า เพราะตั้งอยู่ในความเป็นอุปการะ

สติปัฏฐาน ๔

[๖๗๙] ในโพธิปักขิยธรรมทั้งหลายนั้น ชื่อว่า ปฏฐาน เพราะชุุดแล่นเข้าไปตั้งอยู่ในอารมณ์ทั้งหลาย สตินั้นแหละเป็นปฏฐาน ชื่อ สติปฏฐาน แต่ว่า สติ นั้นจำแนกโดยส่วน ๔ เพราะดำเนินไป ด้วยการถือโดยอาการว่า ไม่งาม เป็นทุกข์ ไม่เที่ยง และเป็นอนัตตา และด้วยการทำกิจให้สำเร็จในการละเสีย ซึ่งความสำคัญ ว่างาม ว่าเป็นสุข ว่าเที่ยง ว่ามีอัตตา ในกาย ในเวทนา ในจิต และในธรรม เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สติปฏฐาน ๔

สัมมัปปธาน ๔

[๖๘๐] ชื่อว่า ปธาน เพราะเป็นเหตุเริ่มตั้ง การเป็นเหตุเริ่มตั้ง อันงาม ชื่อว่า สัมมัปปธาน อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า สัมมัปปธาน เพราะเป็นเหตุเริ่มตั้งโดยชอบ หรืออีกอย่างหนึ่ง สัมมัปปธาน นั้น ชื่อว่า งาม เพราะเว้นจากความเป็นรูปพิกการด้วยกิเลส และชื่อว่า ปธาน เพราะนำมาซึ่งความเป็นผู้ประเสริฐ และเพราะทำความเป็นประธาน โดยความหมายว่า ทำให้สำเร็จประโยชน์และความสุข เพราะเหตุนี้ จึงชื่อสัมมัปปธาน คำว่า “สัมมัปปธาน” นี้ เป็นชื่อของความเพียร

ความเพียรนั้น ทำให้สำเร็จกิจในการละอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ๑ กิจในการมิให้เกิดขึ้นแก่กุศลที่ยังไม่เกิดขึ้น ๑ และทำให้สำเร็จกิจในการเกิดขึ้นแห่งกุศลที่ยังไม่เกิดขึ้น ๑ ทำให้สำเร็จกิจในการตั้งอยู่แห่งกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ๑ ด้วยเหตุนี้ จึงมี ๔ อย่าง เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สัมมัปปธาน ๔

อิทธิบาท ๔

[๖๘๑] ชื่อว่า อิทธิ โดยความหมายว่า ความสำเร็จผล ซึ่งได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว เรียกว่า อิทธิบาท เพราะเป็นทางแห่งความสำเร็จ โดยความหมายว่า เป็นหัวหน้า ของสัมปยุตธรรมของอิทธินั้น และโดยความหมายว่า เป็นการกระทำภาคต้นของ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka