visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1146 | >>

คำว่า “โดย ๘ และ ๙ หมวดด้วย” อธิบายว่า ธรรมอย่างเดียว อีกข้อหนึ่งตั้งอยู่โดย ๘ หมวด ธรรมเดียวข้อหนึ่งตั้งอยู่โดย ๙ หมวด คือสติ (ธรรมข้อเดียว) ตั้งอยู่โดย ๘ หมวด โดยเป็นสติปัฏฐาน ๔ อินทรีย์ ๑ พละ ๑ โพชฌงค์ ๑ องค์มรรค ๑ วิริยะตั้งอยู่โดย ๙ หมวด โดยเป็นสัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๑ อินทรีย์ ๑ พละ ๑ โพชฌงค์ ๑ และองค์มรรค ๑ ด้วยประการฉะนี้

โดยนัยดังกล่าวมานี้

จุทุทเสว อสมูภินุนา โหนุเตเต โพธิปักขิยา
โกฏฐาสโต สตตุธิรา สตตติสเภทโต.
สกิจจนิปผาทนโต สรูปน จ วุตติโต
สพเพว อริยมคคุคิสส สมภูว สมภูวนุติ เตติ.

แปลความว่า

โพธิปักขิยธรรมทั้งหลายเหล่านั้นที่ไม่ประสมกันก็มิ ๑๔ เท่านั้น โดยหมวดก็มีอยู่ ๗ หมวด โดยประเภทมี ๓๗ เมื่ออริยมรรคเกิดขึ้น โพธิปักขิยธรรมเหล่านั้นก็เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมดทีเดียว ด้วยการทำกิจของตนๆ ให้สำเร็จ และดำเนินไปตามรูป (สภาวะ) ของตน ด้วยประการฉะนี้

โยคีควรทราบความที่มรรคมีโพธิปักขิยธรรม (๓๗) บริบูรณ์ ในญาณทัสสนวิสุทธิ นี้ ด้วยประการดังกล่าวนี้เถิด

[๘๒๗] คำว่า “๒. วุฏฐานะ ๓. ผลสมาโยคะ” (ข้างต้นนั้น) หมายความว่า ๒. วุฏฐานะ คือความออกไป และ ๓. ผลสมาโยคะ คือความประกอบเสมอกันแห่งพละ

๒. วุฏฐานะ ความออกไป

เพราะว่า โลกิยวิปัสสนา ยังไม่ออกไปจากนิมิตโดยแท้ เพราะมีนิมิตเป็นอารมณ์ และยังมิได้ออกไปจากความเป็นไป (ของสังขาร) เพราะยังมิได้ตัดขาดสมุทัยอันเป็นเหตุของความเป็นไป โคตรภูญาณยังมิได้ออกไปจากความเป็นไป เพราะยังมิได้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka