visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1147 | >>

ตัดขาดสมุทัย แต่ออกไปจากนิมิต เพราะมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ด้วยเหตุนี้ (โคตรภูญาณ) จึงเป็นการออกไปจากส่วนเดียว เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในการถอยกลับ ได้แก่ การออกไปเสียจาก (อารมณ์) ภายนอก คือโคตรภูญาณ” อนึ่งควรทราบโคตรภูญาณทั้งหมด (เป็นต้นว่า) “ชื่อว่า โคตรภู เพราะถอยกลับจากความเกิดขึ้น แล้วแล่นไปสู่ความไม่เกิดขึ้น ชื่อว่า โคตรภู เพราะถอยกลับจากความเป็นไป แล้วแล่นไปสู่ความไม่เป็นไป” อนึ่ง (อริยมรรค) ญาณแม้ทั้ง ๔ เหล่านี้ เป็นการออกไปจากส่วนทั้ง ๒ เพราะออกไปจากนิมิต เพราะมีพระนิพพานอันหานิมิตมิได้เป็นอารมณ์ ๑ เพราะออกไปจากความเป็นไป เพราะตัดขาดสมุทัย ๑

เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการถอยกลับ ได้แก่ การออกไปเสียจากทั้งสองส่วน คือญาณในมรรค (ถามว่า) เป็นอย่างไร ? (ตอบว่า) คือเรียกว่า สัมมาทิฏฐิ โดยความหมายว่าเห็นในขณะแห่งโสดาปัตติมรรค ออกไปจากมิจฉาทิฏฐิ ออกไปจากกิเลสที่เป็นไปตามมิจฉาทิฏฐินั้น และจากขันธ์ทั้งหลายที่ดำเนินไปตามมิจฉาทิฏฐินั้น และออกไปจากนิมิตทั้งปวงภายนอกด้วย เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในการถอยกลับ ได้แก่ การออกไปจากทั้งสองส่วน คือญาณในมรรค” เรียกว่า สัมมาสังกัปปะ โดยความหมายว่า ยก (จิต) ขึ้น (สู่อารมณ์) ... ออกไปจากมิจฉาสังกัปปะ เรียกว่า สัมมาวาจา โดยความหมายว่า ประคับประคองไว้ ... ออกไปจากมิจฉาวาจา ... เรียกว่า สัมมากัมมันตะ (การงานชอบ) โดยความหมายว่าหมั่นเพียร ... เรียกว่า สัมมาอาชีวะ (อาชีพโดยชอบ) โดยความหมายว่า (บริสุทธิ์) ขาวสะอาด ... เรียกว่า สัมมาวายามะ (พยายามโดยชอบ) โดยความหมายว่าประคองไว้ ... เรียกว่า สัมมาสติ โดยความหมายว่าเข้าไปตั้งไว้ ... เรียกว่า สัมมาสมาธิ โดยความหมายว่าไม่ฟุ้งซ่าน ในขณะโสดาปัตติมรรคออกไปจากมิจฉาสมาธิ ออกไปจากกิเลสที่เป็นไปตามมิจฉาสมาธินั้น และจากขันธ์ทั้งหลายที่เป็นไปตามมิจฉาสมาธินั้นด้วย และออกไปจากนิมิตทั้งปวงภายนอกด้วย เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในการถอยกลับ ได้แก่ การออกไปจากทั้งสองส่วน คือ ญาณในมรรค”

๑ ดูเทียบ ขุ. ป. (ไทย) ๓๑/๑๐/๒

๒ ดูเทียบ ขุ. ป. (ไทย) ๓๑/๕๙/๙๕

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka