ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ธรรมทั้งหลาย ๔ มีอภิชฌาเป็นต้น เรียกว่า คันถะ เพราะร้อยรัดนามกายและรูปกายไว้เพราะเป็นความจริงอย่างนั้น ท่านจึงกล่าวถึงธรรมทั้งหลายเหล่านั้นว่าดังนี้:-
๑. อภิชฌา - เป็น กายคันถะ
๒. พยาบาท - เป็น กายคันถะ
๓. สีลัพพตปรามาส - เป็น กายคันถะ
๔. อิทังสัจจาภินิเวส - เป็น กายคันถะ
คำว่า อคติ เป็นคำเรียกการทำสิ่งที่ไม่ควรทำ และการไม่ทำสิ่งที่ควรทำ เพราะความรัก ความชัง ความโง่เขลา และเพราะความกลัว เพราะว่าการทำสิ่งที่ไม่ควรทำ และการไม่ทำสิ่งที่ควรทำ เพราะความรัก ความชัง ความโง่เขลา และเพราะความกลัวนั้น ท่านเรียกว่า อคติ เพราะเป็นการที่พระอริยเจ้าทั้งหลายไม่พึงถึง ไม่พึงดำเนิน
คำว่า “อาสวะ” นี้ เป็นคำเรียก:-
๑. กามราคะ
๒. ภวราคะ
๓. มิจฉาทิฏฐิ และ
๔. อวิชชา
เพราะไหลมาแต่ อา คือโคจรโดยทางอารมณ์ และแต่ อา คือวัฏฏะโดยทางโอกาส อีกอย่างหนึ่ง (เรียก อาสวะ) เพราะไหลออกจากทวารทั้งหลายที่ไม่สำรวมไว้ โดยความหมายว่าไหลออกเป็นนิจ เหมือนน้ำไหลออกจากกระบอกของหม้อ หรือว่า เพราะประสบสังสารทุกข์
๑ ความยึดมั่นว่าสิ่งนี้เป็นของจริง
๒ ดูเทียบ อภิ. วิ. (ไทย) ๓๕/๔๓๘/๕๔๗
๓ ดู-ปัปจูสุทนี, ปรมัตถ. (บาลี) น. ๓๓-๔