visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1170 | >>

เห็นนิโรธ (สัจจ์) ซึ่งเป็นสภาวะที่ปราศจากความผูกมัด และสภาวะที่พัวพัน (แห่งสมุทัยสัจจ์) จะปรากฏชัดแจ้งด้วยการเห็นมรรค (สัจจ์) ซึ่งเป็นสภาวะที่นำออก ฉะนี้แล

อนึ่ง สภาวะที่ว่างสงัดแห่งนิโรธ (สัจจ์) แม้มีการสลัดออกไป (จากทุกข์) เป็นลักษณะจะปรากฏชัดแจ้ง ด้วยการเห็นสมุทัย (สัจจ์) ซึ่งเป็นสภาวะไม่ว่างสงัด สภาวะที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง (แห่งนิโรธสัจจ์) จะปรากฏชัดแจ้งด้วยการเห็นมรรค (สัจจ์) ความจริง มรรคเป็นสภาวะที่ท่านโยคีผู้ไม่เคยเห็นมาก่อน ในสังสารวัฏฏ์ซึ่งไม่มีใครรู้ที่สุดและเบื้องต้น อีกอย่างหนึ่ง แม้มรรคนั้นก็ยังเป็นสังขตะ (สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่ง) โดยแท้ เพราะยังมีปัจจัยอยู่ เพราะเหตุนั้น ความที่นิโรธสัจจ์ซึ่งเป็นสภาวะหาปัจจัยมิได้ เป็นสภาวะที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง จึงเป็นภาวะที่ปรากฏชัดแจ้งอย่างยิ่ง อนึ่ง สภาวะที่เป็นอมตะแห่งนิโรธสัจจ์นั้นจะปรากฏชัดแจ้งด้วยการเห็นทุกข์ (สัจจ์) เพราะว่า ทุกข์เป็นยาพิษ อมตะ คือพระนิพพาน

อนึ่ง สภาวะที่เป็นเหตุแห่งมรรค (สัจจ์) ซึ่งแม้เป็นธรรมสลัดออกไปเป็นลักษณะ จะปรากฏชัดแจ้งด้วยการเห็นสมุทัย (สัจจ์) ว่า “สมุทัยนี้ มิใช่เหตุแห่งการบรรลุพระนิพพาน มรรคนี่ต่างหากเป็นเหตุ” ดังนี้ สภาวะที่เห็น (แห่งมรรคสัจจ์) จะปรากฏชัดแจ้งด้วยการเห็นนิโรธ (สัจจ์) เหมือนหนึ่งความแจ่มใสของดวงตาปรากฏแจ่มแจ้งแก่บุคคลผู้เห็นรูปทั้งหลายที่ละเอียดอย่างยิ่งด้วยยึดว่า “ดวงตาของฉันแจ่มใสจริงๆ” สภาวะที่เป็นใหญ่แห่งมรรคสัจจ์จะปรากฏชัดแจ้งด้วยการเห็นทุกข์ (สัจจ์) เหมือนหนึ่งความเป็นใหญ่แห่งชนผู้ยิ่งใหญ่ จะปรากฏชัดแจ้งด้วยการเห็นชนเชิญปัจจัยอุดรเดือดร้อนด้วยโรคหลายอย่าง ฉะนี้แล

ในที่นี้ ได้กล่าวสภาวะแห่งสัจจะแต่ละข้อว่ามีข้อละ ๔ อย่าง โดยความปรากฏชัดแจ้งตามลักษณะของตนๆ และโดยปรากฏชัดแจ้งด้วยการเห็นสภาวะที่แท้จริงอย่างอื่นข้อละ ๑ นอกจากนี้ ด้วยประการฉะนี้ แต่ขณะ (บรรลุอริย) มรรค มีสภาวะ (๑๖) เหล่านี้แม้ทุกประการก็ถึงความรู้แจ้งแทงตลอด ด้วยญาณที่มีกิจ ๔ ในสัจจจะทั้งหลาย มีทุกข์เป็นต้น ญาณเดียวนั่นเอง ฉะนี้แล แต่ว่า ท่านว่าที่บุคคลเหล่าใด ประสงค์การ

๑ ดูบาลี ทีฆ. ๒๕/๓๗/๓๙, อภิก.ทีฆ. ๔๓/๔/๖๐

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka