ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
การกำหนดรู้ เริ่มตั้งแต่สังขารุปัสสนาญาณจนถึงมรรคญาณ เป็นภูมิพื้นของปหานปริญญานั้น ในกิจคือปริญญานี้ ท่านประสงค์เอาปหานปริญญาดังกล่าวนี้ หรือว่า เพราะเหตุที่แม้ญาตปริญญาและตีรณปริญญาก็มีปหานปริญญา (พร้อมมรรค) นั้นเป็นเป้าหมายอยู่โดยเฉพาะและเพราะเหตุที่โยคีละธรรมทั้งหลายใด ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นก็เป็นธรรมที่ปรากฏแล้วและไตร่ตรองไว้แล้วโดยแน่นอน เพราะฉะนั้น พึงทราบว่าโดยปริยายนี้แม้ทั้ง ๓ ปริญญาก็เป็นกิจของมรรคญาณด้วยกัน
[๘๔๘] คำว่า “แม้ (กิจคือ) ปหาน ... ก็มิ ๓ อย่างเหมือนกัน” ความว่า ที่จริง แม้ปหาน (ประหาณคือการละ) ก็มิ ๓ อย่างเหมือนปริญญานั่นแล คือ
๑. วิกขัมภนปหาน - ละด้วยการข่มไว้
๒. ตทังคปหาน - ละองค์นั้นๆ ด้วยองค์นั้นๆ
๓. สมุจเฉทปหาน - ละโดยตัดขาด
ในปหาน ๓ อย่างนั้น การข่มธรรมที่เป็นข้าศึกทั้งหลายมีนิวรณ์เป็นต้น ไว้ด้วยโลกียสมาธินั้นๆ เหมือนกันสาหร่ายไว้ด้วยหม้อที่แกว่งไปมาบนผิวน้ำซึ่งมีสาหร่าย นี้เรียกว่า วิกขัมภนปหาน แต่ในพระบาลี ท่านกล่าวไว้เฉพาะการข่มนิวรณ์ทั้งหลายเท่านั้นว่า “และการละด้วยการข่มนิวรณ์ทั้งหลายไว้ของโยคีผู้ทำปฐมฌานให้เกิด” ดังนี้ พึงทราบว่า คำพระบาลีนั้น ท่านกล่าวไว้เพราะ (ปหาน) ปรากฏอยู่ เพราะว่า นิวรณ์ทั้งหลายหาท่วมทับจิตทันทีทันใด ทั้งในตอนต้น ทั้งในตอนท้ายของฌานมิได้ ธรรมทั้งหลายมีวิตกเป็นต้นก็ถูกข่มไว้ เฉพาะในขณะที่ฌานเป็นอัปปนาแล้วเท่านั้น เพราะฉะนั้น การข่มนิวรณ์ทั้งหลายไว้ จึงปรากฏชัด
๑ ดูเทียบ ขุ. ป. (ไทย) ๓๑/๒๔/๓๔