visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1179 | >>

๓. สมุจเฉทปหาน

[๕๔๑] ส่วน ปหาน (คือการละ) ใด ละธรรมทั้งหลายมีสังโยชน์เป็นต้นด้วยอริยมรรคญาณโดยอาการที่ธรรมทั้งหลายมีสังโยชน์เป็นต้นเหล่านั้นไม่เป็นไปได้อีกต่อไป เหมือนประหารต้นไม้ที่ถูกจักรพิเศษของสายฟ้าฟาด นี้เรียกว่า สมุจเฉทปหาน ซึ่งท่านกล่าวระบุถึงไว้ (ในพระบาลี) ว่า “อนึ่ง สมุจเฉทปหานของท่านโยคีผู้ทำมรรคไปสู่ความดับ อันเป็นโลกุตตระให้เกิด” ดังนี้

ในปหานทั้ง ๓ เหล่านี้ ด้วยประกาศดังกล่าว ในญาณทัสสนวิสุทธิที่ท่านประสงค์เอา สมุจเฉทปหาน อย่างเดียว

และโดยเหตุที่แม้วิกขัมภนปหานและตทังคปหาน ในตอนต้นๆ ของโยคีนั้นก็มีสมุจเฉทปหานนั้นเป็นเป้าหมายโดยเฉพาะอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโดยปริยายนี้ พึงทราบว่า ปหานแม้ทั้ง ๓ ก็เป็นกิจของมรรคญาณด้วยกัน เพราะเปรียบเหมือนว่า ถึงแม้กิจกรรมใดที่พระราชาผู้เป็นปฏิบักษ์ ทรงทำไว้ในกาลก่อนหน้านั้น ครั้นพระราชาผู้ปลงพระชนชีพพระราชาผู้เป็นปฏิบักษ์แล้วเสด็จเถลิงราชสมบัติ เขาก็กล่าวกันว่า กิจกรรมนี้และกิจกรรมนั้นพระราชา (องค์เถลิงราชสมบัติ) ทรงทำไว้ทั้งหมดนั่นแล

สัจฉิกิริยา ๓

[๕๔๒] คำว่า “แม้สัจจิกิริยาก็มี ๓ อย่างเหมือนกัน” ความว่า สัจจิกิริยาแม้จำแนกเป็น ๒ อย่างคือ

๑. โลกิยสัจจิกิริยา
๒. โลกุตตรสัจจิกิริยา

๑ ดูเทียบ ม. มู. (ไทย) ๑๒/๑๑/๑๙
๑ ดูเทียบ ขุ. ป. (ไทย) ๓๑/๒๔/๓๔

๒ สัจจิกิริยา แปลตามศัพท์ว่า ทำให้เห็นด้วยดวงตาตนเอง, ส-ตนเอง+อิกิรย=ทำ, เทียบบาลี ว่า สกฺขิ กโรติ. แต่ด้วยอิทธิพลแบบสันสกฤต เพราะอยู่หน้า กร จึงแปลง กขิ เป็น จุฉ เป็น สจุฉิกโรติ,

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka