visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1188 | >>

การเข้าผลสมาบัตินั้น มีอยู่ด้วยอาการดังกล่าวนี้ก่อน

[๕๕๔] ส่วนการตั้งอยู่ของผลสมาบัตินั้น มีอยู่โดยอาการ ๓ อย่าง ตามคำ (ของท่านพระสารีบุตรเถระ) ว่า “อาวุโส ปัจจัยของการตั้งอยู่ของเจโตวิมุตติ ซึ่งหานิมิตมิได้ มี ๓ ประการแล คือไม่มนสิการนิมิต (สังขาร) ทั้งปวง ๑ มนสิการ (นิพพาน) ธาตุซึ่งไม่มีนิมิต ๑ และกระทำกำหนดไว้ก่อน ๑” ดังนี้ คำว่า “กระทำกำหนดไว้ก่อน” ในคำของท่านพระสารีบุตรเถระนั้น หมายความว่า การกำหนดกาลเวลาไว้ก่อนเข้าผลสมาบัติ อธิบายว่า เพราะพระอริยสาวกนั้นกำหนดไว้ว่า “ฉันจักออกในกาลเวลาชื่อนั้น” กาลเวลา (ที่กำหนดไว้) นั้น ยังไม่มาถึงเพียงใด การตั้งอยู่ (ของผลสมาบัติ) ก็มีอยู่เพียงนั้น การตั้งอยู่ของผลสมาบัตินั้นมีอยู่อย่างนี้แล

[๕๕๕] แต่การออกของผลสมาบัตินั้น มีอยู่โดยอาการ ๒ อย่าง ตามคำ (ของท่านพระสารีบุตรเถระ) ว่า “อาวุโส ปัจจัยของการออกของเจโตวิมุตติ ซึ่งไม่มีนิมิต มี ๒ ประการแล คือมนสิการนิมิตทั้งปวง ๑ ไม่มนสิการ (นิพพาน) ธาตุซึ่งไม่มีนิมิต ๑” ดังนี้ ในคำ (ของท่านพระสารีบุตรเถระ) นั้น คำว่า “นิมิตทั้งปวง” หมายถึง นิมิตคือรูป นิมิตคือเวทนา นิมิตคือสัญญา นิมิตคือสังขาร และนิมิตคือวิญญาณ อนึ่ง พระอริยสาวกมิได้มนสิการนิมิตทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้โดยรวมเป็นอันเดียวกันก็จริง แต่ท่านกล่าวคำว่า “นิมิตทั้งปวง” นี้ไว้โดยการรวมความไว้ทุกประการ เพราะฉะนั้น นิมิตใดเป็นอารมณ์ของภวังค์ เมื่อพระอริยสาวกมนสิการนิมิตนั้นก็เป็นการออกจากผลสมาบัติด้วยประการฉะนี้

พึงทราบการออกของผลสมาบัตินั้นด้วยอาการดังกล่าวนี้

[๕๕๖] ข้อ ๕. ที่ว่า “อะไรเป็นลำดับของผลจิต และผลจิตเป็นลำดับของอะไร” ตอบว่า ก่อนอื่น ผลจิตนั่นแหละเป็นลำดับของผลจิต หรือว่าภวังค์เป็นลำดับของผลจิต แต่ผลจิตมาเป็นลำดับของมรรคก็มี เป็นลำดับของผลจิตก็มี เป็นลำดับของโคตรภูก็มี เป็นลำดับของเนวสัญญานาสัญญายตนะก็มี ในผลจิตทั้งหลายนั้น (ถ้าเป็น) ในมรรควิถี ผลจิตเป็นลำดับของมรรค ผลจิตหลังๆ มาเป็นลำดับของผลจิตก่อนๆ (แต่) ในผลสมาบัติ ผลจิตข้างหน้าๆ มาเป็นลำดับของโคตรภู และพึงทราบว่า ในผลสมาบัตินี้ อนุโลมญาณ คือโคตรภู เพราะพระผู้มีพระภาคตรัสคำนี้ไว้ใน

๑ ดูเทียบ ม. มู. (ไทย) ๑๒/๕๕๘/๔๙๖

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka