visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1191 | >>

นิโรธสมาบัติ” และสัมปทา (คือการเข้านิโรธสมาบัติได้) นี้ นอกจากพระอนาคามีและพระอีณาสพทั้งหลายผู้ได้สมาบัติ ๘ แล้ว บุคคลทั้งหลายอื่น หาได้ไม่ เพราะฉะนั้น พระอนาคามีและพระอีณาสพทั้งหลาย ผู้ได้สมาบัติ ๘ เหล่านั้นเท่านั้น เข้า (นิโรธสมาบัติ) ได้ บุคคลทั้งหลายอื่นเข้าไม่ได้

อธิบายพละ ๒ สังขาร ๓ ญาณจริยา ๑๖ สมาธิจริยา ๙ และวสี ๕

[๕๕๙] ถามว่า “แต่พละ (กำลัง) ๒ ในที่นี้ คืออะไรบ้าง สังขาร ๓ เป็นไฉน ญาณจริยา ๑๖ คืออะไรบ้าง สมาธิจริยา ๙ คืออะไรบ้าง ความเป็นผู้มีความชำนาญ (วสี) เป็นไฉน” ดังนี้

ตอบว่า คำไรๆ ที่เราจะต้องกล่าวตอบในคำถามนี้ หามิได้ คำตอบทั้งหมดนี้ ท่านได้กล่าวไว้ในนิเทศของอุปเทศนี้เรียบร้อยแล้ว ดังพระบาลี (ในปฏิสัมภิทามรรคแปลความ) ว่า

สมถพละ

คำว่า “ด้วยพละ ๒” ได้แก่ พละ ๒ คือสมถพละ (กำลังของสมถะ) ๑ วิปัสสนาพละ (กำลังของวิปัสสนา) ๑ สมถพละ เป็นไฉน คือความที่จิตมีอารมณ์เดียว ความไม่ฟุ้งซ่านด้วยอกัมมะ (สังกัปปะ) ชื่อว่า สมถพละ ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ความไม่ฟุ้งซ่านด้วยความไม่มีพยาบาท ... ด้วยอาโลกสัญญา ... ด้วยอิกขะ (ความไม่ฟุ้งซ่าน) ... ฯลฯ ... ด้วยเป็นผู้ตามเห็นเนืองๆ ด้วยการสลัดทิ้งไปหายใจเข้า ... ด้วยเป็นผู้ตามเห็นเนืองๆ ด้วยการสลัดทิ้งไปหายใจออก ชื่อว่า สมถพละ

สมถพละ ในคำว่า “สมถพละ” ดังนี้โดยความหมายว่ากระไร ชื่อว่า สมถพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในเพราะนิวรณ์ด้วยปฐมฌาน ชื่อว่า สมถพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในวิตกและวิจารด้วยทุติยฌาน ... ฯลฯ ... ชื่อว่าสมถพละ เพราะไม่หวั่นไหวไปในเพราะอากิญจัญญายตนะสัญญาด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ชื่อว่าสมถพละ เพราะไม่หวั่นไหวไป ไม่เคลื่อนไป ไม่สั่นสะเทือนไป ในเพราะอทุกขจจะ และในเพราะกิเลสอันเป็นไปกับด้วยอุทธัจจะและในเพราะขันธ์ (ที่สัมปยุตด้วยอุทธัจจะ)

๑ ดูเทียบ ขุ. ป. (ไทย) ๓๑/๒๔/๘ และอธิบายต่อไปข้างหน้า ในเล่มนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka